In Short
Advice

Key Highlights
- การเลี้ยงสัตว์ในคอนโดไม่ได้ตัดสินด้วยกฎหมายฉบับเดียว แต่ตัดสินด้วยข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดโครงการนั้นเป็นหลัก
- ข้อบังคับแก้ไขได้ด้วยมติที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม โครงการที่วันนี้เลี้ยงได้จึงอาจเปลี่ยนเป็นเลี้ยงไม่ได้ในอนาคต และในทางกลับกันก็เป็นไปได้เช่นกัน
- ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 เลื่อนไปมีผลบังคับใช้วันที่ 10 มกราคม 2570 กำหนดจำนวนสุนัขและแมวตามขนาดพื้นที่ และกำหนดให้จดแจ้งพร้อมฝังไมโครชิป
- ห้องชุดพื้นที่ 20 ถึง 80 ตารางเมตร เลี้ยงได้ 1 ตัว ส่วนห้องชุดเกิน 80 ตารางเมตร เลี้ยงได้ 2 ตัว โดยนับรวมสุนัขและแมวเข้าด้วยกัน
- ก่อนวางมัดจำ ให้ขอดูข้อบังคับฉบับลายลักษณ์อักษรและระเบียบสัตว์เลี้ยงจากสำนักงานนิติบุคคลเสมอ คำยืนยันด้วยวาจาจากผู้ขายหรือเจ้าของห้องไม่มีผลผูกพัน
เลี้ยงสัตว์ในคอนโดได้ไหม ตอบตรงในสองบรรทัด
การเลี้ยงสัตว์ในคอนโดทำได้ ถ้าข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดโครงการนั้นอนุญาต และคุณทำตามเงื่อนไขที่ระเบียบกำหนดไว้ครบ ไม่มีกฎหมายกลางฉบับใดสั่งห้ามหรืออนุญาตแทนทุกโครงการ
สิ่งที่ผู้อ่านส่วนใหญ่เข้าใจผิดคือคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของกฎหมายอย่างเดียว จริง ๆ แล้วมีกติกาสองชั้นซ้อนกันอยู่ ชั้นแรกคือข้อบังคับของโครงการซึ่งเป็นตัวตัดสินว่าเลี้ยงได้หรือไม่ได้ ชั้นที่สองคือกฎหมายของท้องถิ่นซึ่งกำหนดว่าถ้าเลี้ยงได้ จะเลี้ยงได้กี่ตัวและต้องทำอะไรบ้าง ทั้งสองชั้นต้องผ่านพร้อมกัน
ใครเป็นคนกำหนดว่าเลี้ยงสัตว์ในคอนโดได้หรือไม่ได้
คนที่กำหนดคือเจ้าของร่วมทั้งอาคาร ผ่านเอกสารที่ชื่อว่าข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุด ไม่ใช่ผู้จัดการนิติบุคคล ไม่ใช่เจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์ และไม่ใช่เจ้าของห้องที่ปล่อยเช่าให้คุณ
ข้อบังคับนิติบุคคลกับมติที่ประชุมใหญ่คือของจริงที่ผูกพันคุณ
พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 32 กำหนดให้ข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดต้องมีสาระเรื่องการใช้ทรัพย์ส่วนบุคคลและทรัพย์ส่วนกลางอยู่ด้วย เรื่องสัตว์เลี้ยงจึงถูกเขียนไว้ในหมวดนี้เกือบทุกโครงการ เมื่อจดทะเบียนแล้ว ข้อบังคับผูกพันทั้งเจ้าของร่วมและผู้ที่เข้าอยู่ในห้องชุด ผู้เช่าจึงต้องปฏิบัติตามเช่นเดียวกับเจ้าของ
การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับต้องผ่านมติที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม ไม่ใช่การตัดสินใจของฝ่ายบริหารอาคาร กฎหมายกำหนดให้ใช้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนคะแนนเสียงของเจ้าของร่วมทั้งหมด และการแก้ไขจะสมบูรณ์เมื่อจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว
จุดที่คนมักติดคือไปดูแค่ป้ายหน้าโครงการหรือโบรชัวร์ขาย ซึ่งเขียนคำว่า Pet Friendly ไว้เพื่อการตลาด แต่ไม่ได้เขียนเงื่อนไขจริงที่อยู่ในระเบียบ เอกสารที่มีผลจริงมีสองชิ้นคือข้อบังคับที่จดทะเบียน และระเบียบปฏิบัติเรื่องสัตว์เลี้ยงที่ออกตามข้อบังคับนั้น
ถ้าโครงการเปลี่ยนกฎภายหลัง คนที่เลี้ยงอยู่แล้วต้องทำอย่างไร
กรณีนี้เกิดขึ้นจริงและเกิดได้ทั้งสองทาง โครงการที่เคยห้ามอาจเปิดให้เลี้ยงหลังผู้อยู่อาศัยเปลี่ยนรุ่น หรือโครงการที่เคยอนุญาตอาจยกเลิกเพราะเรื่องร้องเรียนสะสม สิ่งที่ต้องเข้าใจคือมติที่ประชุมใหญ่มีผลไปข้างหน้า และมักมาพร้อมบทเฉพาะกาลว่าสัตว์ที่ลงทะเบียนไว้ก่อนวันมีมติจะอยู่ต่อได้จนหมดอายุขัย ส่วนการรับสัตว์ตัวใหม่เข้ามาจะทำไม่ได้
บทเฉพาะกาลแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายบังคับให้ต้องมี แต่เป็นสิ่งที่ที่ประชุมกำหนดเอง ถ้าคุณเลี้ยงอยู่แล้วและได้ยินว่าจะมีวาระเรื่องนี้เข้าที่ประชุม ให้ทำสามอย่าง คือเข้าประชุมหรือมอบฉันทะทุกครั้ง ยื่นเอกสารลงทะเบียนสัตว์เลี้ยงให้เป็นหลักฐานว่าเลี้ยงมาก่อน และเสนอให้ระบุบทเฉพาะกาลไว้ในมติตั้งแต่ต้น
ข้อบัญญัติกรุงเทพฯ ที่จะบังคับใช้ 10 มกราคม 2570 กำหนดอะไรบ้าง
ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 เดิมกำหนดให้มีผลวันที่ 10 มกราคม 2569 ต่อมามีการประกาศข้อบัญญัติฉบับที่ 2 ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 เลื่อนวันบังคับใช้ออกไปอีก 1 ปี เป็นวันที่ 10 มกราคม 2570 เหตุผลที่ระบุคือให้ประชาชนและเจ้าของสัตว์มีเวลาเตรียมตัว
ข้อบัญญัตินี้ไม่ได้แทนที่ข้อบังคับของโครงการ แต่ทับซ้อนลงไปอีกชั้น หมายความว่าแม้โครงการจะอนุญาตให้เลี้ยง คุณก็ยังต้องอยู่ในกรอบจำนวนและหน้าที่ตามข้อบัญญัตินี้ด้วย
จำนวนสุนัขและแมวที่เลี้ยงได้ตามขนาดห้องชุด
| ประเภทที่อยู่อาศัยและขนาด | จำนวนสุนัขหรือแมวที่เลี้ยงได้ |
|---|---|
| ห้องชุดหรือห้องเช่า พื้นที่ 20 ถึง 80 ตารางเมตร | รวมกันไม่เกิน 1 ตัว |
| ห้องชุดหรือห้องเช่า พื้นที่เกิน 80 ตารางเมตร | รวมกันไม่เกิน 2 ตัว |
| บ้านที่มีที่ดินไม่เกิน 20 ตารางวา | ไม่เกิน 2 ตัว |
| ที่ดินเกิน 20 ถึง 50 ตารางวา | ไม่เกิน 3 ตัว |
| ที่ดินเกิน 50 ถึง 100 ตารางวา | ไม่เกิน 4 ตัว |
| ที่ดินเกิน 100 ตารางวา | ไม่เกิน 6 ตัว |
ตัวเลขชุดนี้กระทบผู้อยู่คอนโดมากกว่ากลุ่มอื่นอย่างชัดเจน เพราะห้องสตูดิโอและห้อง 1 ห้องนอนในกรุงเทพส่วนใหญ่มีพื้นที่อยู่ในช่วง 20 ถึง 35 ตารางเมตร ซึ่งอยู่ในเพดาน 1 ตัวทั้งหมด คนที่วางแผนจะเลี้ยงแมวสองตัวจึงต้องดูขนาดห้องตั้งแต่ตอนเลือกห้อง ไม่ใช่ตอนย้ายเข้าแล้ว
สำหรับสัตว์ที่เลี้ยงอยู่ก่อนวันที่ข้อบัญญัติมีผลบังคับใช้ มีการผ่อนผันเรื่องจำนวนให้เลี้ยงต่อได้ แต่เจ้าของยังมีหน้าที่แจ้งจำนวนสัตว์ต่อสำนักงานเขตในพื้นที่เพื่อขอใช้สิทธิผ่อนผันนั้น ถ้าไม่แจ้งไว้ก็จะพิสูจน์ภายหลังได้ยาก
การจดแจ้งและฝังไมโครชิป พร้อมกำหนดเวลาที่ต้องทำ
เจ้าของสุนัขและแมวต้องนำสัตว์ไปฝังไมโครชิปและจดแจ้งเพื่อขอรับบัตรประจำตัวสัตว์ ภายใน 120 วันนับแต่วันที่สัตว์เกิด หรือภายใน 30 วันนับแต่วันที่นำสัตว์เข้ามาเลี้ยงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร การจดแจ้งทำได้ที่สำนักงานเขต หรือผ่านระบบออนไลน์ที่ petregis.bangkok.go.th
เอกสารที่ต้องเตรียมประกอบด้วยบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของ ทะเบียนบ้าน หลักฐานการฝังไมโครชิป และใบรับรองการฉีดวัคซีน จุดที่ผู้เช่าคอนโดมักตกหล่นคือหนังสือยินยอมจากเจ้าของห้อง ซึ่งต้องขอไว้ตั้งแต่ตอนทำสัญญาเช่า ไม่ใช่ไปขอตอนจะจดแจ้ง
บทกำหนดโทษของข้อบัญญัตินี้ระบุโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท ซึ่งเป็นเพดานโทษตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ไม่ใช่ค่าปรับที่เรียกเก็บทุกกรณี
ระดับการอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ในตลาดมีสามแบบ
เวลาอ่านประกาศห้อง คำว่าเลี้ยงสัตว์ได้ถูกใช้แทนสถานการณ์ที่ต่างกันมาก การแยกให้ออกตั้งแต่ต้นช่วยประหยัดเวลาดูห้องได้มาก
แบบที่หนึ่ง อนุญาตเต็มรูปแบบ
ข้อบังคับเขียนอนุญาตไว้ชัด มีระเบียบสัตว์เลี้ยงเป็นเอกสารแยก มักมีพื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบมาเพื่อสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เช่น ลานวิ่ง จุดอาบน้ำ หรือจุดขับถ่าย โครงการกลุ่มนี้ยังมีเงื่อนไขอยู่ดี แต่เป็นเงื่อนไขที่ประกาศไว้ล่วงหน้าและใช้กับทุกห้องเท่ากัน
แบบที่สอง อนุญาตแบบมีเงื่อนไข
เป็นกลุ่มที่พบมากที่สุดและเป็นกลุ่มที่ต้องอ่านละเอียดที่สุด เงื่อนไขที่พบบ่อยได้แก่ จำกัดน้ำหนักสัตว์ต่อตัว จำกัดชนิดให้เลี้ยงได้เฉพาะสุนัขหรือแมวพันธุ์เล็ก จำกัดจำนวนตัวต่อห้อง ห้ามสัตว์ประเภทสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์มีพิษ และนก รวมถึงจำกัดชั้นหรือโซนที่อนุญาตให้เลี้ยง
เงื่อนไขน้ำหนักเป็นข้อที่ทำให้คนพลาดบ่อยที่สุด เพราะลูกสุนัขที่รับมาตอนน้ำหนัก 3 กิโลกรัมอาจโตเกินเพดานที่ระเบียบกำหนดภายในหนึ่งปี ถ้าโครงการกำหนดเพดานน้ำหนักไว้ ให้ประเมินจากน้ำหนักเมื่อโตเต็มวัยของสายพันธุ์นั้น ไม่ใช่จากน้ำหนักวันที่รับมา
แบบที่สาม ไม่อนุญาต
ข้อบังคับห้ามไว้ชัดเจน ในกลุ่มนี้ยังมีสองสถานะย่อยที่ต่างกันมาก คือโครงการที่ห้ามและบังคับใช้จริงจัง กับโครงการที่ห้ามบนกระดาษแต่ปล่อยผ่านในทางปฏิบัติ สถานะที่สองอันตรายกว่าที่คิด เพราะการปล่อยผ่านไม่ได้แปลว่ากฎถูกยกเลิก และเมื่อมีเรื่องร้องเรียนขึ้นมาเมื่อไหร่ ฝ่ายบริหารก็กลับมาบังคับใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องแก้ข้อบังคับใหม่
โครงการที่อนุญาตให้เลี้ยงมักมีเงื่อนไขอะไรบ้าง
การลงทะเบียนสัตว์เลี้ยง เงินประกัน และเส้นทางลิฟต์ที่ต้องใช้
- ลงทะเบียนสัตว์เลี้ยงกับสำนักงานนิติบุคคล พร้อมยื่นใบรับรองสุขภาพและประวัติวัคซีน โดยหลายโครงการกำหนดให้ต่ออายุทะเบียนทุกปี
- วางเงินประกันความเสียหายต่อทรัพย์ส่วนกลางเพิ่มจากเงินประกันปกติ และบางโครงการเก็บค่าส่วนกลางเพิ่มเป็นรายเดือนต่อสัตว์หนึ่งตัว
- ใช้ลิฟต์ที่กำหนดหรือใช้ลิฟต์บริการเท่านั้น และต้องอุ้มหรือใส่กระเป๋าเมื่ออยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง
- ใช้สายจูงตลอดเวลาที่อยู่นอกห้อง และมีผู้ดูแลอยู่ด้วยเสมอ
- เก็บสิ่งปฏิกูลทันที และห้ามให้สัตว์ขับถ่ายในพื้นที่ส่วนกลางนอกจุดที่กำหนด
- ห้ามนำสัตว์เข้าพื้นที่ต้องห้าม เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และห้องอาหารส่วนกลาง
ค่าใช้จ่ายที่คนมักลืมคำนวณมีสองก้อน ก้อนแรกคือเงินประกันความเสียหายที่ต้องวางเพิ่มตอนเข้าอยู่ ซึ่งเป็นเงินก้อนที่ได้คืนเมื่อย้ายออกและไม่มีความเสียหาย ก้อนที่สองคือค่าธรรมเนียมรายเดือนหรือรายปีต่อสัตว์หนึ่งตัว ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้คืน ตัวเลขทั้งสองก้อนต่างกันมากในแต่ละโครงการ จึงต้องถามเป็นตัวเลขก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่ถามแค่ว่าเลี้ยงได้หรือไม่
ถ้าฝ่าฝืนข้อบังคับจะเกิดอะไรขึ้น
ผลที่ตามมาไม่ได้เกิดพร้อมกันทีเดียว แต่ไล่ระดับขึ้นไป โดยทั่วไปเริ่มจากหนังสือแจ้งเตือนจากนิติบุคคล ตามด้วยค่าปรับตามอัตราที่ระเบียบกำหนด ซึ่งบางโครงการคิดเป็นรายวันจนกว่าจะแก้ไข ถัดมาคือการจำกัดสิทธิการใช้พื้นที่ส่วนกลาง และขั้นสุดท้ายคือการดำเนินคดีทางแพ่งเพื่อบังคับให้ปฏิบัติตามข้อบังคับหรือเรียกค่าเสียหาย
สำหรับผู้เช่า ความเสี่ยงที่ใหญ่กว่าค่าปรับคือการถูกบอกเลิกสัญญาเช่า เพราะสัญญาเช่าคอนโดเกือบทุกฉบับมีข้อกำหนดให้ผู้เช่าปฏิบัติตามข้อบังคับของนิติบุคคล การฝ่าฝืนจึงกลายเป็นการผิดสัญญาเช่าไปด้วย และอาจกระทบเงินประกันที่วางไว้
แยกอีกชั้นหนึ่งคือกรณีที่สัตว์เลี้ยงก่อความเดือดร้อนรำคาญต่อเพื่อนบ้าน เช่น เสียงเห่าหอนตอนกลางคืนหรือกลิ่น เรื่องนี้ร้องเรียนไปที่สำนักงานเขตได้ตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ซึ่งเป็นคนละช่องทางกับการร้องเรียนต่อนิติบุคคล และเป็นช่องทางที่มีอำนาจสั่งให้ระงับเหตุได้
ก่อนเซ็นสัญญาต้องตรวจอย่างไรว่าเลี้ยงสัตว์ได้จริง
ขอดูข้อบังคับเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่เชื่อคำบอกเล่า
ให้ขอเอกสารสองชิ้นจากสำนักงานนิติบุคคลโดยตรง คือข้อบังคับฉบับที่จดทะเบียนแล้ว และระเบียบปฏิบัติเรื่องสัตว์เลี้ยงฉบับล่าสุด ถ่ายภาพหน้าที่เกี่ยวข้องเก็บไว้พร้อมวันที่ที่ไปขอ เอกสารชุดนี้คือสิ่งเดียวที่ใช้ยืนยันได้ภายหลัง คำยืนยันจากเจ้าของห้อง นายหน้า หรือเจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์ ไม่มีผลผูกพันนิติบุคคล
ถ้าเป็นการเช่า ให้เพิ่มอีกหนึ่งขั้น คือขอให้ระบุในสัญญาเช่าให้ชัดว่าผู้ให้เช่ายินยอมให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าอยู่ พร้อมระบุชนิดและจำนวน เพราะแม้โครงการจะอนุญาต เจ้าของห้องแต่ละรายก็ยังมีสิทธิไม่อนุญาตในห้องของตัวเองได้
สี่คำถามที่ต้องถามนิติบุคคลก่อนวางมัดจำ
- ข้อบังคับปัจจุบันอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ชนิดใด น้ำหนักไม่เกินเท่าไหร่ และกี่ตัวต่อหนึ่งห้องชุด
- มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ทั้งเงินประกันที่ได้คืนและค่าธรรมเนียมที่ไม่ได้คืน ขอเป็นตัวเลข
- ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา มีวาระเรื่องสัตว์เลี้ยงเข้าที่ประชุมใหญ่หรือไม่ และผลการลงมติเป็นอย่างไร
- ถ้าอนาคตมีมติเปลี่ยนกฎ สัตว์ที่ลงทะเบียนไว้แล้วจะได้รับการผ่อนผันหรือไม่ และผ่อนผันในลักษณะใด
คำถามข้อที่สามเป็นข้อที่คนไม่ค่อยถาม แต่บอกอะไรได้มากที่สุด เพราะถ้าเรื่องนี้เพิ่งเข้าที่ประชุมและผ่านมาแบบเฉียดฉิว แปลว่าความเห็นในอาคารยังแบ่งเป็นสองฝั่ง และมีโอกาสถูกหยิบกลับมาพิจารณาใหม่ในปีถัดไป
เมื่อคัดโครงการได้แล้ว ขั้นถัดไปคือดูว่ามีห้องว่างที่ตรงเงื่อนไขจริงหรือไม่ บน PropertyScout มีหน้ารวมคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ให้เช่าในกรุงเทพ และหน้ารวมคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ประกาศขายในกรุงเทพ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ในคอนโด
เลี้ยงแมวในคอนโดได้ไหม นิติห้ามหรือเปล่า
ขึ้นอยู่กับข้อบังคับของโครงการนั้นโดยตรง ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกคอนโด บางโครงการอนุญาตทั้งสุนัขและแมว บางโครงการอนุญาตเฉพาะแมวเพราะไม่มีปัญหาเรื่องเสียงเห่าและไม่ต้องพาออกไปเดิน และบางโครงการห้ามทั้งหมด วิธีตรวจที่ใช้ได้จริงคือขอดูข้อบังคับและระเบียบสัตว์เลี้ยงจากสำนักงานนิติบุคคลก่อนเซ็นสัญญา
แอบเลี้ยงสัตว์ในคอนโดที่ห้ามเลี้ยง จะโดนอะไรบ้าง
โดยทั่วไปจะเริ่มจากหนังสือแจ้งเตือน ตามด้วยค่าปรับตามระเบียบของโครงการ การจำกัดสิทธิใช้พื้นที่ส่วนกลาง และอาจถึงขั้นถูกฟ้องทางแพ่งให้ปฏิบัติตามข้อบังคับ ถ้าเป็นผู้เช่ายังเสี่ยงถูกบอกเลิกสัญญาเช่าและถูกหักเงินประกันด้วย เพราะสัญญาเช่าส่วนใหญ่ผูกกับการปฏิบัติตามข้อบังคับของนิติบุคคลอยู่แล้ว
คอนโดห้องเดียวเลี้ยงแมวได้กี่ตัว
ต้องดูสองชั้นพร้อมกัน ชั้นแรกคือระเบียบของโครงการซึ่งอาจกำหนดจำนวนไว้เองอยู่แล้ว ชั้นที่สองคือข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ที่จะมีผลวันที่ 10 มกราคม 2570 ซึ่งกำหนดว่าห้องชุดพื้นที่ 20 ถึง 80 ตารางเมตร เลี้ยงสุนัขและแมวรวมกันได้ไม่เกิน 1 ตัว และห้องชุดเกิน 80 ตารางเมตร เลี้ยงได้ไม่เกิน 2 ตัว โดยยึดตัวเลขที่เข้มกว่าเป็นเกณฑ์
คอนโดที่เขียนว่า Pet Friendly แปลว่าเลี้ยงอะไรก็ได้ใช่ไหม
ไม่ใช่ คำว่า Pet Friendly เป็นคำการตลาด ไม่ใช่สถานะทางกฎหมาย โครงการที่ใช้คำนี้เกือบทั้งหมดยังมีเงื่อนไขกำกับ ทั้งชนิดสัตว์ น้ำหนัก จำนวนตัว การลงทะเบียน และเส้นทางที่อนุญาตให้ใช้ในพื้นที่ส่วนกลาง สิ่งที่ต้องดูคือระเบียบสัตว์เลี้ยงฉบับจริง ไม่ใช่คำที่อยู่บนป้ายหรือในประกาศขาย
ผู้เช่าต้องขออนุญาตใครบ้างก่อนพาสัตว์เลี้ยงเข้าห้อง
ต้องผ่านสามฝ่าย ฝ่ายแรกคือข้อบังคับของนิติบุคคลซึ่งเป็นตัวตัดสินหลัก ฝ่ายที่สองคือเจ้าของห้องที่ปล่อยเช่า ซึ่งควรระบุความยินยอมไว้ในสัญญาเช่าเป็นลายลักษณ์อักษร และฝ่ายที่สามคือการจดแจ้งต่อสำนักงานเขตตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ซึ่งต้องใช้หนังสือยินยอมจากเจ้าของห้องประกอบด้วย
สรุป
การเลี้ยงสัตว์ในคอนโดไม่ได้ตัดสินที่ความชอบของคุณหรือคำโฆษณาของโครงการ แต่ตัดสินที่เอกสารสองชิ้น คือข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุด และระเบียบสัตว์เลี้ยงที่ออกตามข้อบังคับนั้น เมื่อผ่านสองชิ้นนี้แล้ว ค่อยดูกรอบของข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่องจำนวนและการจดแจ้ง ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้วันที่ 10 มกราคม 2570
ขั้นตอนที่ทำได้ทันทีคือคัดโครงการที่อนุญาตจริงออกมาก่อน แล้วค่อยไปดูห้อง เพราะการดูห้องในโครงการที่ระเบียบไม่ผ่านตั้งแต่ต้นคือการเสียเวลาที่เลี่ยงได้ ดูรายการที่ตรวจสอบข้อมูลกับเจ้าของแล้วบน PropertyScout และคุยกับ property consultant ที่ช่วยขอเอกสารจากนิติบุคคลให้ได้ เพื่อให้ได้คำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนวางมัดจำ
หมายเหตุ ราคาและความพร้อมของทรัพย์เปลี่ยนแปลงได้ ไม่มีการรับประกัน ข้อมูลทรัพย์และจำนวนรายการเป็นแนวทางทั่วไป ณ วันที่เขียนเท่านั้น เนื้อหานี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ภาษี หรือการเงิน ข้อบังคับของแต่ละโครงการและสถานะการบังคับใช้ของข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับสำนักงานนิติบุคคลและสำนักงานเขตในพื้นที่ก่อนตัดสินใจ
FAQs
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Suspendisse varius enim in eros elementum tristique.