ผ่อนคอนโดกี่ปีดี เทียบค่างวดกับดอกเบี้ยรวมของทุกทางเลือก

ผ่อนคอนโดกี่ปีดี เทียบค่างวดกับดอกเบี้ยรวมของทุกทางเลือก ผ่อนคอนโดกี่ปีดี เทียบค่างวดกับดอกเบี้ยรวมของทุกทางเลือก

In Short

Advice

ผ่อนคอนโดกี่ปีดี เทียบค่างวดกับดอกเบี้ยรวมของทุกทางเลือก

Key Highlights

  • ธนาคารในไทยให้ระยะเวลากู้ซื้อที่อยู่อาศัยสูงสุดต่างกัน ตั้งแต่ 30 ปีจนถึง 40 ปี โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์และธนาคารกรุงไทยอยู่ที่ 40 ปี ธนาคารทหารไทยธนชาตอยู่ที่ 35 ปี ส่วนธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่อยู่ที่ 30 ปี
  • ตัวกำหนดจำนวนปีจริงไม่ใช่โฆษณา แต่เป็นกติกาที่ว่าอายุผู้กู้รวมกับระยะเวลากู้ต้องไม่เกิน 70 ปี ตามเงื่อนไขสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ปี 2569 ของธนาคารอาคารสงเคราะห์
  • บนวงเงินกู้ 3 ล้านบาทที่อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 6 เปอร์เซ็นต์ต่อปี การขยับจากผ่อน 20 ปีเป็น 30 ปี ทำให้ค่างวดลดลง 3,506 บาทต่อเดือน แต่ดอกเบี้ยรวมเพิ่มขึ้น 1,316,842 บาท
  • การขยับจาก 30 ปีเป็น 40 ปีให้ผลตอบแทนน้อยลงมาก ค่างวดลดลงอีกเพียง 1,481 บาทต่อเดือน แต่ดอกเบี้ยรวมเพิ่มอีก 1,447,930 บาท
  • ทางเลือกที่ยืดหยุ่นที่สุดคือทำสัญญายาวเพื่อให้ค่างวดขั้นต่ำต่ำไว้ แล้วจ่ายเกินทุกเดือนหรือโปะเป็นก้อน เพราะการโปะบางส่วนไม่มีค่าปรับ ต่างจากการปิดบัญชีทั้งก้อนก่อนครบ 3 ปีที่มักมีค่าปรับ 2 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ของยอดคงเหลือ

ผ่อนคอนโดกี่ปีดี ตอบสั้น ๆ ก่อนลงรายละเอียด

คำถามว่าผ่อนคอนโดกี่ปีดี ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะจำนวนปีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสามอย่างพร้อมกัน คือรายได้ที่รับภาระได้จริงในแต่ละเดือน อายุของผู้กู้ ณ วันยื่นกู้ และความมั่นใจว่ารายได้ในอีกสิบปีข้างหน้าจะนิ่งแค่ไหน

แต่ถ้าต้องการหลักคิดที่ใช้ได้เกือบทุกกรณี ให้จำสองประโยคนี้ไว้ ประโยคแรกคือจำนวนปีในสัญญาไม่ได้กำหนดว่าคุณต้องผ่อนนานเท่านั้นจริง มันกำหนดแค่ค่างวดขั้นต่ำที่ธนาคารบังคับ ประโยคที่สองคือดอกเบี้ยรวมถูกกำหนดโดยเงินที่คุณจ่ายจริงในแต่ละเดือน ไม่ใช่โดยตัวเลขปีบนหน้าสัญญา สองประโยคนี้คือเหตุผลที่คนที่วางแผนการเงินเป็นมักเลือกทำสัญญายาวไว้ก่อนแล้วเร่งจ่ายเอง

ธนาคารให้ผ่อนคอนโดได้นานสุดกี่ปี

เพดานระยะเวลาของแต่ละธนาคารไม่เท่ากัน

ข้อมูลเปรียบเทียบสินเชื่อที่อยู่อาศัยเดือนมีนาคม 2569 ที่รวบรวมโดย Bangkok Citismart แสดงระยะเวลากู้สูงสุดของแต่ละธนาคารไว้ดังนี้

ธนาคารระยะเวลากู้สูงสุดอัตรา MRR ต่อปี
ธนาคารอาคารสงเคราะห์40 ปี6.145 เปอร์เซ็นต์
ธนาคารกรุงไทย40 ปี6.30 เปอร์เซ็นต์
ธนาคารทหารไทยธนชาต35 ปี7.105 เปอร์เซ็นต์
ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา30 ปี6.045 ถึง 6.770 เปอร์เซ็นต์

อัตรา MRR คืออัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี เป็นตัวเลขอ้างอิงที่ธนาคารใช้ตั้งดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านหลังจบโปรโมชั่นช่วงต้นสัญญา สัญญาสินเชื่อบ้านส่วนใหญ่จะเขียนดอกเบี้ยปีที่ 4 เป็นต้นไปในรูปแบบ MRR ลบส่วนลด ตัวอย่างจากโครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ปี 2569 ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ กำหนดดอกเบี้ยปีแรก 2.40 เปอร์เซ็นต์ ปีที่สอง 3.40 เปอร์เซ็นต์ และปีที่สามเป็นต้นไปเท่ากับ MRR ลบ 2.445 เปอร์เซ็นต์ สำหรับผู้ที่ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ส่วนภาพรวมตลาดที่ AP Thai อัปเดตเมื่อ 2 กรกฎาคม 2569 ระบุว่าดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกของธนาคารหลักอยู่ระหว่าง 2.55 ถึง 3.55 เปอร์เซ็นต์ต่อปี

กติกาอายุผู้กู้บวกระยะเวลากู้คือเพดานตัวจริง

หลายคนเห็นตัวเลข 40 ปีแล้วคิดว่าตัวเองกู้ได้ 40 ปี ทั้งที่ในทางปฏิบัติแทบไม่มีใครได้ครบ เพราะธนาคารคุมอีกชั้นด้วยเงื่อนไขที่ว่าอายุผู้กู้รวมกับระยะเวลากู้ต้องไม่เกิน 70 ปี ตามที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ระบุไว้ในเงื่อนไขสินเชื่อปี 2569 โดยมีข้อยกเว้นบางอาชีพที่ขยายเพดานเป็น 75 ปี นอกจากนี้ผู้กู้ต้องมีอายุอย่างน้อย 20 ปี และระยะเวลากู้ขั้นต่ำอยู่ที่ 3 ปี

เทียบค่างวดและดอกเบี้ยรวมของการผ่อน 10 20 30 และ 40 ปี

ตารางค่างวดและดอกเบี้ยรวมบนวงเงินกู้ 3 ล้านบาท

ตัวเลขชุดนี้คำนวณด้วยสูตรค่างวดคงที่แบบลดต้นลดดอก บนวงเงินกู้ 3,000,000 บาท ที่สมมติอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยตลอดอายุสัญญา 6 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ซึ่งเป็นระดับที่สอดคล้องกับ MRR ปัจจุบันหักส่วนลดตามสัญญาทั่วไป ตัวเลขจริงของแต่ละคนจะต่างออกไปตามส่วนลดที่ได้และการเปลี่ยนแปลงของ MRR ระหว่างทาง

ระยะเวลาผ่อนค่างวดต่อเดือนยอดจ่ายรวมดอกเบี้ยรวม
10 ปี33,306 บาท3,996,738 บาท996,738 บาท
15 ปี25,316 บาท4,556,827 บาท1,556,827 บาท
20 ปี21,493 บาท5,158,304 บาท2,158,304 บาท
25 ปี19,329 บาท5,798,713 บาท2,798,713 บาท
30 ปี17,987 บาท6,475,146 บาท3,475,146 บาท
35 ปี17,106 บาท7,184,390 บาท4,184,390 บาท
40 ปี16,506 บาท7,923,076 บาท4,923,076 บาท

จุดที่ตารางนี้บอกและคนส่วนใหญ่มองข้าม

สิ่งที่ตารางนี้บอกไม่ใช่แค่ว่ายิ่งผ่อนนานยิ่งจ่ายดอกเบี้ยมาก เพราะทุกคนรู้อยู่แล้ว สิ่งที่มีค่ากว่าคือประโยชน์ที่ได้จากการยืดสัญญาลดลงเรื่อย ๆ ขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

  • จาก 20 ปีไป 30 ปี ค่างวดลดลง 3,506 บาทต่อเดือน คิดเป็น 16.3 เปอร์เซ็นต์ แลกกับดอกเบี้ยรวมที่เพิ่มขึ้น 1,316,842 บาท หรือ 61 เปอร์เซ็นต์
  • จาก 30 ปีไป 40 ปี ค่างวดลดลงอีกเพียง 1,481 บาทต่อเดือน คิดเป็น 8.2 เปอร์เซ็นต์ แลกกับดอกเบี้ยรวมที่เพิ่มขึ้นอีก 1,447,930 บาท
  • สิบปีสุดท้ายของสัญญา 40 ปีจึงเป็นช่วงที่จ่ายแพงที่สุดต่อประโยชน์ที่ได้รับ เพราะซื้อพื้นที่หายใจได้เดือนละพันกว่าบาท ด้วยราคาเกือบหนึ่งล้านห้าแสนบาท

อีกมุมที่ควรดูคู่กันคือรายได้ขั้นต่ำที่ต้องมี ถ้ายึดแนวปฏิบัติที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์แนะนำว่าภาระผ่อนทั้งหมดไม่ควรเกิน 40 เปอร์เซ็นต์ของรายได้รวมต่อเดือน วงเงินกู้ 3 ล้านบาทที่ 6 เปอร์เซ็นต์จะต้องการรายได้ราว 83,265 บาทต่อเดือนถ้าผ่อน 10 ปี ราว 53,732 บาทถ้าผ่อน 20 ปี ราว 44,966 บาทถ้าผ่อน 30 ปี และราว 41,266 บาทถ้าผ่อน 40 ปี จะเห็นว่าการยืดจาก 30 ปีเป็น 40 ปีแทบไม่ได้เปิดประตูให้คนกลุ่มใหม่เข้าถึงสินเชื่อเพิ่มขึ้นเลย

ผ่อนยาวแล้วโปะทีหลัง คุ้มกว่าผ่อนสั้นจริงไหม

ตัวเลขที่แสดงว่าจ่ายเท่ากันย่อมได้ผลเท่ากัน

นี่คือจุดที่คนเข้าใจผิดกันมากที่สุด ความจริงคือดอกเบี้ยคิดจากเงินต้นคงเหลือในแต่ละเดือน ไม่ได้คิดจากจำนวนปีที่เขียนไว้ในสัญญา ดังนั้นถ้าอัตราดอกเบี้ยเท่ากันและคุณจ่ายเงินเท่ากันในแต่ละเดือน ผลลัพธ์จะเท่ากันไม่ว่าสัญญาจะเขียนไว้กี่ปี

รูปแบบการผ่อนจำนวนที่จ่ายต่อเดือนระยะเวลาจนหนี้หมดดอกเบี้ยรวม
ทำสัญญา 20 ปี21,493 บาท20 ปี2,158,304 บาท
ทำสัญญา 30 ปี แต่จ่ายเท่าค่างวดของสัญญา 20 ปี21,493 บาท20 ปีพอดี2,158,304 บาท เท่ากันทุกบาทกับสัญญา 20 ปี
ทำสัญญา 30 ปี จ่ายค่างวดขั้นต่ำ แล้วโปะเพิ่มปีละ 100,000 บาท17,987 บาท และโปะเพิ่มปีละ 100,000 บาท14.5 ปี1,513,329 บาท ประหยัด 1,961,817 บาทเมื่อเทียบกับการผ่อนยาวจนครบสัญญา
ทำสัญญา 30 ปี จ่ายเกินค่างวดทุกเดือน17,987 บาท บวกอีก 5,000 บาททุกเดือน17.7 ปี1,872,196 บาท

ข้อได้เปรียบของการทำสัญญายาวจึงไม่ใช่เรื่องดอกเบี้ย แต่เป็นเรื่องความปลอดภัย เพราะค่างวดขั้นต่ำที่ต่ำกว่าคือเบาะรองรับในเดือนที่รายได้สะดุด ส่วนเดือนที่ปกติคุณเลือกจ่ายเท่าสัญญาสั้นได้เสมอ ข้อเสียคือถ้าไม่มีวินัยจ่ายเกิน ตัวเลขในตารางข้างต้นจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายจริงของคุณ

ค่าปรับและค่าใช้จ่ายที่ต้องรู้ก่อนวางแผนโปะหรือรีไฟแนนซ์

ก่อนวางแผนเร่งปิดหนี้ ต้องแยกสองเรื่องนี้ออกจากกันให้ชัด เพราะเงื่อนไขต่างกันคนละแบบ

กรณีค่าปรับและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
โปะเงินต้นบางส่วนระหว่างทางโดยทั่วไปไม่มีค่าปรับ เพราะถือเป็นการจ่ายเกินค่างวดปกติ และส่วนที่เกินจะถูกนำไปตัดเงินต้นทันที
ปิดบัญชีทั้งก้อนหรือรีไฟแนนซ์ไปธนาคารอื่นก่อนครบ 3 ปีมักมีค่าปรับตามที่ระบุในสัญญา อยู่ในช่วง 2 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ของยอดหนี้คงเหลือ เช่น ยอดคงเหลือ 3 ล้านบาทที่อัตรา 3 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นค่าปรับ 90,000 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่นของการรีไฟแนนซ์ที่ต้องเผื่อไว้ค่าจดจำนอง 1 เปอร์เซ็นต์ของวงเงินกู้ ค่าอากรแสตมป์ 0.05 เปอร์เซ็นต์ของวงเงิน และค่าประเมินหลักประกันราว 2,500 ถึง 3,000 บาท ตามข้อมูลของธนาคารกรุงศรีอยุธยา
ปิดบัญชีหลังครบ 3 ปีตามสัญญาแล้วโดยปกติไม่มีค่าปรับ

เงื่อนไขค่าปรับเขียนไว้ในสัญญาของแต่ละธนาคารไม่เหมือนกัน ให้ขอดูข้อความจริงในร่างสัญญาก่อนเซ็น และถามให้ชัดว่านับ 3 ปีจากวันจดจำนองหรือวันเบิกเงินงวดแรก เพราะสองวันนี้ห่างกันได้หลายสัปดาห์

อายุของผู้กู้มีผลกับจำนวนปีที่กู้ได้อย่างไร

เมื่อยึดเพดานที่ว่าอายุผู้กู้รวมระยะเวลากู้ต้องไม่เกิน 70 ปี จำนวนปีสูงสุดที่ขอได้จะลดลงปีต่อปีตามอายุ ตัวอย่างค่างวดด้านล่างคำนวณบนวงเงินกู้ 3 ล้านบาทที่ 6 เปอร์เซ็นต์ต่อปี โดยจำกัดไม่เกิน 40 ปีตามเพดานของผลิตภัณฑ์

อายุผู้กู้ระยะเวลากู้สูงสุดที่ขอได้ค่างวดขั้นต่ำต่อเดือน
อายุ 30 ปี40 ปี16,506 บาท
อายุ 35 ปี35 ปี17,106 บาท
อายุ 40 ปี30 ปี17,987 บาท
อายุ 45 ปี25 ปี19,329 บาท
อายุ 50 ปี20 ปี21,493 บาท

สิ่งที่ตัวเลขชุดนี้บอกคือ ยิ่งอายุมาก ทางเลือกเรื่องจำนวนปียิ่งแคบลง และค่างวดขั้นต่ำยิ่งสูงขึ้นโดยที่คุณเลือกไม่ได้ ผู้กู้ที่อายุเกิน 45 ปีจึงควรวางแผนสองอย่างล่วงหน้า อย่างแรกคือเตรียมเงินดาวน์ให้มากขึ้นเพื่อลดวงเงินกู้ อย่างที่สองคือพิจารณาการกู้ร่วมกับผู้กู้ที่อายุน้อยกว่า ซึ่งธนาคารมักใช้อายุของผู้กู้ที่มากที่สุดเป็นเกณฑ์ ดังนั้นควรสอบถามวิธีคิดของแต่ละธนาคารก่อนยื่น

ใครควรผ่อนสั้น และใครควรผ่อนยาว

กรณีที่เหมาะกับการผ่อนสั้น

  • รายได้นิ่งและคาดการณ์ได้ เช่น ข้าราชการหรือพนักงานประจำที่ผ่านช่วงทดลองงานมานาน และไม่มีภาระหนี้ก้อนอื่นรออยู่
  • มีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 6 เดือนของรายจ่ายทั้งหมดแยกไว้แล้ว ไม่ใช่เงินก้อนเดียวกับที่จะเอาไปดาวน์
  • อายุใกล้เพดานจนระบบบังคับให้สั้นอยู่แล้ว ในกรณีนี้ควรเน้นลดวงเงินกู้แทนการยืดปี
  • ตั้งใจจะขายหรือรีไฟแนนซ์ในระยะกลาง และต้องการให้เงินต้นลดเร็วเพื่อให้มีส่วนต่างเหลือมากขึ้นตอนขาย

กรณีที่เหมาะกับการผ่อนยาว

  • รายได้ไม่คงที่ เช่น ฟรีแลนซ์ เจ้าของกิจการ หรือผู้ที่รายได้ส่วนใหญ่มาจากคอมมิชชั่นและโบนัส เพราะค่างวดขั้นต่ำที่ต่ำกว่าช่วยให้ผ่านเดือนที่รายได้น้อยไปได้
  • ผู้ซื้อบ้านหลังแรกที่ยังมีค่าใช้จ่ายตั้งตัวรออยู่ ทั้งเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และค่าส่วนกลางล่วงหน้า
  • ผู้ที่ต้องการให้ภาระผ่อนต่อรายได้ต่ำพอที่ธนาคารจะอนุมัติ เพราะจำนวนปีที่ยาวขึ้นทำให้ผ่านเกณฑ์ภาระหนี้ต่อรายได้ง่ายขึ้น
  • ผู้ที่มีวินัยพอจะจ่ายเกินค่างวดทุกเดือน เพราะจะได้ทั้งเบาะรองรับและดอกเบี้ยรวมที่ต่ำเท่าสัญญาสั้น

ค่างวดที่คุณผ่อนไหวจริงอยู่ที่เท่าไหร่

ก่อนจะตอบว่าผ่อนคอนโดกี่ปี ให้ตอบคำถามเรื่องเงินสี่ข้อนี้ก่อน เพราะจำนวนปีเป็นผลลัพธ์ ไม่ใช่จุดตั้งต้น

  • ภาระผ่อนทั้งหมดรวมหนี้เดิมทุกก้อน เกิน 40 เปอร์เซ็นต์ของรายได้รวมต่อเดือนหรือไม่ ถ้าเกิน ให้ลดวงเงินกู้ก่อนคิดเรื่องยืดปี
  • หลังหักค่างวดแล้ว เหลือเงินพอสำหรับค่าส่วนกลาง ค่าน้ำค่าไฟ ค่าเดินทาง และเงินออมหรือไม่ ค่าส่วนกลางคอนโดเป็นรายจ่ายที่คนคำนวณตกบ่อยที่สุด
  • ถ้าดอกเบี้ยหลังหมดโปรโมชั่นขยับขึ้นอีก 1 เปอร์เซ็นต์ ค่างวดใหม่ยังอยู่ในวิสัยที่จ่ายไหวหรือไม่ ให้ลองคำนวณเผื่อไว้ตั้งแต่วันแรก
  • มีเงินสำรองแยกไว้กี่เดือน ถ้าน้อยกว่า 6 เดือนของรายจ่ายทั้งหมด ให้เลือกสัญญายาวไว้ก่อนแล้วค่อยเร่งจ่ายเมื่อสำรองเต็ม

หลักคิดแบบลัดที่คนในวงการใช้กันคือ ผ่อนล้านละประมาณ 7,000 บาทต่อเดือนสำหรับสัญญา 30 ปี ตัวเลขนี้เผื่อความเสี่ยงไว้พอสมควร เพราะที่ดอกเบี้ยเฉลี่ย 6 เปอร์เซ็นต์ ค่างวดจริงอยู่ที่ราว 5,996 บาทต่อล้าน และที่ 5 เปอร์เซ็นต์อยู่ที่ราว 5,368 บาทต่อล้าน ส่วนต่างตรงนั้นคือกันชนสำหรับวันที่ดอกเบี้ยขยับขึ้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผ่อนคอนโดกี่ปี

ผ่อนคอนโดกี่ปีคุ้มที่สุด

ถ้าวัดจากดอกเบี้ยรวมอย่างเดียว ยิ่งสั้นยิ่งคุ้ม เพราะบนวงเงินกู้ 3 ล้านบาทที่ 6 เปอร์เซ็นต์ การผ่อน 10 ปีเสียดอกเบี้ยรวม 996,738 บาท ขณะที่ผ่อน 30 ปีเสีย 3,475,146 บาท แต่ถ้าวัดจากความปลอดภัยทางการเงินด้วย ทางเลือกที่ได้ทั้งสองอย่างคือทำสัญญา 30 ปีเพื่อให้ค่างวดขั้นต่ำต่ำไว้ แล้วจ่ายเดือนละเท่ากับค่างวดของสัญญา 20 ปี วิธีนี้ให้ดอกเบี้ยรวมเท่ากับสัญญา 20 ปีทุกบาท คือ 2,158,304 บาท โดยที่ยังมีสิทธิ์จ่ายขั้นต่ำในเดือนที่จำเป็น

ผ่อนคอนโด 3 ล้าน 30 ปี เดือนละเท่าไหร่

ที่อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 6 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ค่างวดอยู่ที่ประมาณ 17,987 บาทต่อเดือน และถ้าอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 5 เปอร์เซ็นต์ ค่างวดจะอยู่ที่ประมาณ 16,105 บาทต่อเดือน ตัวเลขนี้เป็นค่างวดของสินเชื่ออย่างเดียว ยังไม่รวมค่าส่วนกลาง เบี้ยประกันอัคคีภัย และค่าน้ำค่าไฟ

ผ่อนคอนโด 40 ปีมีจริงไหม ธนาคารไหนให้บ้าง

มีจริง ข้อมูลเดือนมีนาคม 2569 ระบุว่าธนาคารอาคารสงเคราะห์และธนาคารกรุงไทยให้ระยะเวลากู้สูงสุด 40 ปี ธนาคารทหารไทยธนชาตอยู่ที่ 35 ปี ส่วนธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่อยู่ที่ 30 ปี แต่การจะได้ 40 ปีจริงต้องผ่านเงื่อนไขอายุด้วย คือผู้กู้ต้องอายุไม่เกิน 30 ปีเมื่อยึดเพดานอายุรวมระยะเวลากู้ที่ 70 ปี

อายุ 45 ปีแล้วยังผ่อนคอนโด 30 ปีได้ไหม

ตามเพดานอายุรวมระยะเวลากู้ที่ 70 ปี ผู้กู้อายุ 45 ปีจะขอได้สูงสุดราว 25 ปี ทำให้ค่างวดขั้นต่ำบนวงเงิน 3 ล้านบาทขยับจาก 17,987 บาทเป็น 19,329 บาทต่อเดือน ทางเลือกที่ช่วยได้คือเพิ่มเงินดาวน์เพื่อลดวงเงินกู้ หรือกู้ร่วมกับผู้ที่อายุน้อยกว่า โดยต้องสอบถามวิธีคิดอายุของผู้กู้ร่วมกับแต่ละธนาคารก่อน เพราะเงื่อนไขไม่เหมือนกัน

ปลี่ยนจำนวนปีที่ผ่อนระหว่างทางได้ไหม

การแก้ไขจำนวนปีในสัญญาเดิมต้องขอปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคารและอยู่ที่ดุลยพินิจของธนาคาร แต่ในทางปฏิบัติคนส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องแก้สัญญา เพราะการจ่ายเกินค่างวดให้ผลเหมือนการย่นสัญญาอยู่แล้ว และการรีไฟแนนซ์เมื่อครบ 3 ปีก็เป็นโอกาสตั้งจำนวนปีใหม่ทั้งชุดโดยไม่เสียค่าปรับ

สรุป

คำตอบของคำถามว่าผ่อนคอนโดกี่ปี ไม่ได้อยู่ที่การหาตัวเลขวิเศษ แต่อยู่ที่การเลือกค่างวดขั้นต่ำที่ปลอดภัยพอสำหรับเดือนที่แย่ที่สุด แล้วจ่ายเกินให้มากที่สุดในเดือนที่ปกติ เมื่อรู้กรอบนี้แล้ว ขั้นต่อไปคือดูห้องจริงในงบที่ค่างวดของคุณรองรับได้ ลองดูคอนโดประกาศขายที่ผ่านการตรวจสอบเจ้าของบนแพลตฟอร์มของ PropertyScout และคุยกับที่ปรึกษาที่พูดภาษาเดียวกับคุณ เพื่อเทียบทั้งราคาห้องและภาระผ่อนไปพร้อมกัน

หมายเหตุสำคัญ ราคาและความพร้อมของทรัพย์เปลี่ยนแปลงได้ ไม่มีการรับประกัน ข้อมูลทรัพย์เป็นแนวทางทั่วไปเท่านั้น อัตราดอกเบี้ย เงื่อนไขระยะเวลากู้ และค่าปรับที่อ้างถึงในบทความนี้เป็นข้อมูล ณ ปี 2569 ซึ่งธนาคารปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ให้ยืนยันกับธนาคารที่คุณยื่นกู้ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง เนื้อหานี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ภาษี หรือการเงิน

FAQs

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Suspendisse varius enim in eros elementum tristique.

Explore More Topics

Free real estate resources and tips on how to capitalise