เช่าคอนโดติดรถไฟฟ้า vs ซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า คำนวณจุดคุ้มทุนจริง

เช่าคอนโดติดรถไฟฟ้า vs ซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า คำนวณจุดคุ้มทุนจริง เช่าคอนโดติดรถไฟฟ้า vs ซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า คำนวณจุดคุ้มทุนจริง

In Short

Advice

อาคารคอนโดที่อยู่ติดแนวรถไฟฟ้ายกระดับในกรุงเทพ มีขบวนรถไฟฟ้าวิ่งผ่านช่วงพระอาทิตย์ตก

Key Highlights

  • ตัวเลขที่ตัดสินว่าควรเช่าหรือซื้อคือ อัตราส่วนค่าเช่าต่อราคาห้อง ไม่ใช่ราคาห้องเพียงอย่างเดียว ทำเลติดสถานีจึงพลิกผลได้แม้ราคาห้องแพงกว่า
  • เงินกู้ทุก 1,000 บาท ที่ดอกเบี้ย 3.0 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ผ่อน 30 ปี ทำให้ค่างวดเพิ่มราว 4.22 บาทต่อเดือน ใช้ตัวคูณนี้แปลงราคาห้องเป็นภาระรายเดือนได้ในขั้นตอนเดียว
  • ตัวอย่างห้อง 3,000,000 บาท ค่าเช่าเทียบเคียง 12,000 บาทต่อเดือน ฝั่งซื้อเริ่มได้เปรียบในช่วงปีที่ 3 ถึงปีที่ 5 หลังรวมค่าใช้จ่ายตอนขายต่อแล้ว
  • ตัวแปรที่เปลี่ยนผลมากที่สุดคือดอกเบี้ยหลังปีที่ 3 ถ้าปล่อยให้ขยับไปที่อัตราอ้างอิง MRR ค่างวดในตัวอย่างเพิ่มจาก 11,383 เป็น 16,557 บาทต่อเดือน

เช่าหรือซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า ทำไมต้องตอบด้วยตัวเลขของห้องจริง

คำถามว่าควรเช่าคอนโดติดรถไฟฟ้า vs ซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า แบบไหนคุ้มกว่ากัน เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบเดียวใช้ได้กับทุกคน เพราะคำตอบขึ้นกับตัวเลขสามตัวของห้องที่คุณกำลังดูอยู่จริง คือค่าเช่าต่อเดือน ราคาห้อง และจำนวนปีที่คุณคิดว่าจะอยู่ที่นั่น

บทความนี้จึงไม่ตอบว่าเช่าดีกว่าหรือซื้อดีกว่า แต่ให้วิธีคำนวณที่คุณเอาไปใส่ตัวเลขของตัวเองได้ พร้อมตัวอย่างที่คำนวณให้ดูจนจบทั้งสามช่วงเวลา ตัวเลขทุกตัวในบทความระบุที่มาและสมมติฐานไว้ครบ เพื่อให้คุณเปลี่ยนสมมติฐานเป็นของตัวเองได้ทันที

ทำเลติดรถไฟฟ้า จุดคุ้มทุนต่างจากทำเลทั่วไปอย่างไร

ความต่างของทำเลติดรถไฟฟ้าไม่ได้อยู่ที่ราคาห้องแพงกว่าอย่างเดียว แต่อยู่ที่ค่าเช่าก็สูงกว่าด้วย และสองอย่างนี้ไม่ได้ขยับขึ้นในสัดส่วนเท่ากันเสมอไป

แปลว่าค่าเช่าที่ระดับสถานีเริ่มสูงกว่าค่าเช่าที่ระดับทั้งเมืองราว 25 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้สำคัญ เพราะมันคือฝั่งที่ผู้เช่าต้องจ่ายเพิ่มทุกเดือน ไม่ใช่แค่ฝั่งที่ผู้ซื้อต้องกู้เพิ่มครั้งเดียว

กฎง่าย ๆ ที่ใช้ตัดสินได้ทันที

ถ้าห้องติดสถานีมีราคาแพงกว่าห้องนอกรัศมีสถานีน้อยกว่าส่วนต่างค่าเช่า การซื้อจะคุ้มเร็วขึ้น เพราะเงินที่คุณจ่ายเพิ่มไปกับราคาห้อง น้อยกว่าเงินที่คุณจะต้องจ่ายเพิ่มไปกับค่าเช่าตลอดหลายปีข้างหน้า

ถ้าห้องติดสถานีแพงกว่ามากกว่าส่วนต่างค่าเช่า การเช่าจะคุ้มกว่าในช่วงต้น และจุดคุ้มทุนจะเลื่อนออกไปหลายปี ในกรณีนี้การเช่าห้องติดสถานีแล้วเก็บเงินก้อนไว้ก่อน เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล

3 ขั้นตอนคำนวณจุดคุ้มทุนด้วยตัวเลขห้องที่คุณสนใจ

ขั้นตอนด้านล่างนี้ใช้เวลาไม่เกินห้านาที และใช้ได้กับห้องคู่ใดก็ได้ที่คุณกำลังเทียบอยู่

ขั้นที่ 1 แปลงราคาห้องเป็นค่างวดต่อเดือน

ใช้ตัวคูณต่อเงินกู้ทุก 1,000 บาท คูณกับยอดเงินกู้ของคุณหารด้วย 1,000 ตัวคูณด้านล่างคำนวณจากระยะผ่อน 30 ปี

ดอกเบี้ยต่อปีตัวคูณค่างวดต่อเงินกู้ 1,000 บาท
3.0 เปอร์เซ็นต์ราว 4.22 บาทต่อเดือน
3.5 เปอร์เซ็นต์ราว 4.49 บาทต่อเดือน
6.5 เปอร์เซ็นต์ราว 6.32 บาทต่อเดือน
ตัวอย่างเงินกู้ 2,700,000 บาท ที่ 3.0 เปอร์เซ็นต์ต่อปีค่างวดราว 11,383 บาทต่อเดือน

ช่วงดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกของตลาดอยู่ที่ 2.55 ถึง 3.55 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ตามตารางเปรียบเทียบสินเชื่อบ้าน 8 ธนาคารของ AP Thai ที่ระบุอัปเดตเมื่อ 2 กรกฎาคม 2569 บทความนี้จึงใช้ค่ากลางที่ 3.0 เปอร์เซ็นต์ต่อปีในทุกตัวอย่าง

ขั้นที่ 2 หาอัตราส่วนค่าเช่าต่อราคาห้อง

เอาค่าเช่าต่อเดือนของห้องที่เทียบเคียงกันได้ คูณ 12 แล้วหารด้วยราคาห้อง จะได้ตัวเลขที่วงการเรียกว่า Gross Yield หรือผลตอบแทนขั้นต้น ตัวเลขนี้บอกว่าเงินค่าเช่าที่คุณจ่ายไปในหนึ่งปี คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของราคาห้องที่คุณจะซื้อ

ค่าเฉลี่ยของคอนโดกรุงเทพอยู่ที่ราว 4 ถึง 6 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ตามข้อมูลปี 2569 ของ myproperty.in.th โดยย่านพระราม 9 และห้วยขวางอยู่ที่ 5 ถึง 6 เปอร์เซ็นต์ ย่านบางนาและแบริ่ง 5 ถึง 6 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสุขุมวิทตอนต้นอยู่ที่ 3.5 ถึง 4.5 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่คู่มือเรื่องผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าของ PropertyScout เองระบุเกณฑ์ที่นักลงทุนมักตั้งไว้ที่ 6 ถึง 8 เปอร์เซ็นต์ต่อปี

ตัวเลขยิ่งสูง แปลว่าค่าเช่าแพงเมื่อเทียบกับราคาห้อง การซื้อจะคุ้มเร็วขึ้น ตัวเลขยิ่งต่ำ แปลว่าค่าเช่าถูกเมื่อเทียบกับราคาห้อง การเช่าจะคุ้มกว่านานขึ้น

ขั้นที่ 3 บวกค่าใช้จ่ายที่คนมักลืมทั้งสองฝั่ง

ฝั่งเช่ามักลืมว่าค่าเช่าไม่ได้คงที่ ข้อมูลตลาดห้องเช่าไทยปี 2569 ของ liveinrent ระบุว่าคอนโดทั่วไปปรับขึ้น 2 ถึง 4 เปอร์เซ็นต์เทียบปีก่อน ส่วนห้อง furnished ระดับพรีเมียมปรับขึ้น 3 ถึง 6 เปอร์เซ็นต์ บทความนี้ใช้ค่ากลางที่ 3 เปอร์เซ็นต์ต่อปี

ฝั่งซื้อมักลืมค่าส่วนกลาง ค่าประกันอัคคีภัย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกรณีเป็นบ้านหลังที่สอง และค่าใช้จ่ายตอนขายต่อ ซึ่งเป็นก้อนที่คนประเมินต่ำที่สุด

ตารางเทียบต้นทุนรวมที่ 3 ปี 5 ปี และ 10 ปี

ทุกช่วงเวลาด้านล่างใช้สมมติฐานชุดเดียวกัน และแสดงรายการเดียวกันเรียงลำดับเหมือนกันทุกอัน เพื่อให้เทียบข้ามช่วงเวลาได้ตรง

สมมติฐานที่ใช้ตลอดทั้งการเทียบนี้

สมมติฐานค่าที่ใช้
ราคาและขนาดห้อง3,000,000 บาท ขนาด 35 ตารางเมตร ในทำเลติดรถไฟฟ้า
ค่าเช่าห้องเทียบเคียง12,000 บาทต่อเดือน คิดเป็นผลตอบแทนขั้นต้น 4.8 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ซึ่งอยู่กลางช่วง 4 ถึง 6 เปอร์เซ็นต์ของตลาด
การปรับขึ้นค่าเช่าปีละ 3 เปอร์เซ็นต์
เงินดาวน์และเงินกู้วางเงินดาวน์ 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นเงิน 300,000 บาท กู้ 2,700,000 บาท ผ่อน 30 ปี
อัตราดอกเบี้ย3.0 เปอร์เซ็นต์ต่อปีใน 3 ปีแรก แล้วรีไฟแนนซ์เป็น 3.5 เปอร์เซ็นต์ต่อปีตั้งแต่ปีที่ 4
ค่าส่วนกลาง50 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน เป็นเงิน 1,750 บาทต่อเดือน ซึ่งอยู่กลางช่วง 23 ถึง 75 บาทของตลาด
ค่าธรรมเนียมโอนและค่าจดจำนอง0.01 เปอร์เซ็นต์ และ 0.01 เปอร์เซ็นต์ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 รวมเป็น 570 บาท จากที่อัตราปกติจะอยู่ที่ 87,000 บาท
ราคาห้องในอนาคตไม่เปลี่ยนแปลง ไม่คิดกำไรจากการขายต่อ เพราะไม่มีชุดข้อมูลกลางของไทยที่ใช้พยากรณ์ราคาขายต่อรายโครงการได้

ครบ 3 ปี

รายการจำนวนเงิน
ฝั่งเช่า ค่าเช่าสะสม445,090 บาท
ฝั่งซื้อ เงินสดจ่ายออกสะสม773,369 บาท รวมเงินดาวน์และค่าธรรมเนียมแล้ว
ฝั่งซื้อ ส่วนของเจ้าของ474,308 บาท จากเงินต้นที่ผ่อนคืนไปแล้วบวกเงินดาวน์
ฝั่งซื้อ ต้นทุนสุทธิหลังหักส่วนของเจ้าของ299,061 บาท
ส่วนต่างฝั่งซื้อต่ำกว่าฝั่งเช่า 146,029 บาท ก่อนคิดค่าใช้จ่ายตอนขาย
ค่าใช้จ่ายตอนขายที่ต้องบวกกลับภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3 เปอร์เซ็นต์ของราคาขาย เป็นเงิน 99,000 บาท เพราะถือครองไม่ถึง 5 ปี บวกค่านายหน้าและค่าใช้จ่ายอื่นอีกตามที่ตกลงกัน

ครบ 5 ปี

รายการจำนวนเงิน
ฝั่งเช่า ค่าเช่าสะสม764,516 บาท
ฝั่งซื้อ เงินสดจ่ายออกสะสม1,104,830 บาท รวมเงินดาวน์และค่าธรรมเนียมแล้ว
ฝั่งซื้อ ส่วนของเจ้าของ590,831 บาท จากเงินต้นที่ผ่อนคืนไปแล้วบวกเงินดาวน์
ฝั่งซื้อ ต้นทุนสุทธิหลังหักส่วนของเจ้าของ513,999 บาท
ส่วนต่างฝั่งซื้อต่ำกว่าฝั่งเช่า 250,517 บาท ก่อนคิดค่าใช้จ่ายตอนขาย
ค่าใช้จ่ายตอนขายที่ต้องบวกกลับภาษีธุรกิจเฉพาะไม่ต้องเสียแล้วถ้าถือครองครบ 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านครบ 1 ปี เหลือเพียงค่านายหน้าและค่าใช้จ่ายอื่นตามที่ตกลงกัน

ครบ 10 ปี

รายการจำนวนเงิน
ฝั่งเช่า ค่าเช่าสะสม1,650,799 บาท
ฝั่งซื้อ เงินสดจ่ายออกสะสม1,933,482 บาท รวมเงินดาวน์และค่าธรรมเนียมแล้ว
ฝั่งซื้อ ส่วนของเจ้าของ920,396 บาท จากเงินต้นที่ผ่อนคืนไปแล้วบวกเงินดาวน์
ฝั่งซื้อ ต้นทุนสุทธิหลังหักส่วนของเจ้าของ1,013,086 บาท
ส่วนต่างฝั่งซื้อต่ำกว่าฝั่งเช่า 637,713 บาท ก่อนคิดค่าใช้จ่ายตอนขาย
ค่าใช้จ่ายตอนขายที่ต้องบวกกลับเหลือเพียงค่านายหน้าและค่าใช้จ่ายอื่นตามที่ตกลงกัน ส่วนต่างที่สะสมไว้จึงรองรับค่าใช้จ่ายกลุ่มนี้ได้สบายกว่าช่วงสามปีแรกมาก

อ่านตารางนี้แล้วจะเห็นว่าจุดตัดไม่ได้อยู่ที่ปีใดปีหนึ่งตายตัว แต่อยู่ที่ว่าค่าใช้จ่ายตอนขายกินส่วนต่างที่สะสมไว้หมดหรือยัง ที่สามปีส่วนต่าง 146,029 บาทถูกภาษีธุรกิจเฉพาะ 99,000 บาทกินไปเกือบหมดทันที ที่สิบปีส่วนต่าง 637,713 บาทเหลือพอรองรับค่าใช้จ่ายตอนขายได้ทั้งก้อน

ดอกเบี้ยหลังปีที่ 3 เปลี่ยนคำตอบไปมากแค่ไหน

โปรโมชันดอกเบี้ยต่ำของธนาคารครอบคลุมแค่ 3 ปีแรก หลังจากนั้นสัญญาจะกลับไปอ้างอิงอัตรา MRR ซึ่งอยู่ในช่วง 6.045 ถึง 7.105 เปอร์เซ็นต์ต่อปีตามตารางเปรียบเทียบชุดเดียวกัน นี่คือตัวแปรที่บทความเทียบเช่ากับซื้อส่วนใหญ่ไม่พูดถึงเลย

ในตัวอย่างเดียวกัน ถ้าไม่รีไฟแนนซ์และปล่อยให้อัตราขยับไปที่ 6.5 เปอร์เซ็นต์ต่อปีตั้งแต่ปีที่ 4 ค่างวดจะเพิ่มจาก 11,383 เป็น 16,557 บาทต่อเดือน คือเพิ่มขึ้น 5,174 บาทต่อเดือน หรือราว 45 เปอร์เซ็นต์

ผลกระทบเมื่อครบ 10 ปีคือ ต้นทุนสุทธิของฝั่งซื้อขยับจาก 1,013,086 บาท ไปเป็น 1,531,930 บาท ส่วนต่างที่เคยได้เปรียบฝั่งเช่า 637,713 บาท จึงเหลือเพียง 118,869 บาท แปลว่าการไม่รีไฟแนนซ์เพียงอย่างเดียว กินความได้เปรียบของการซื้อไปเกือบทั้งหมด

ข้อควรรู้ที่ต้องคู่กันเสมอคือ สัญญาสินเชื่อที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่มีค่าปรับกรณีไถ่ถอนก่อนกำหนดอยู่ที่ 2 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ของยอดหนี้คงเหลือภายใน 3 ปีแรก การรีไฟแนนซ์จึงควรทำเมื่อครบกำหนดพอดี ไม่ใช่ก่อนหน้านั้น

ทำไมค่าเช่าทำเลติดรถไฟฟ้าถึงสูงกว่าสัดส่วนราคาห้อง

เหตุผลอยู่ที่กลุ่มผู้เช่า ผู้เช่าที่ยอมจ่ายเพิ่มเพื่ออยู่ติดสถานีคือคนที่ต้องเดินทางเข้าย่านธุรกิจทุกวัน คนกลุ่มนี้เปรียบเทียบค่าเช่ากับเวลาและค่าเดินทางที่ประหยัดได้ ไม่ได้เปรียบเทียบกับค่าเช่าของห้องในซอยลึก

ข้อมูลตลาดห้องเช่าไทยปี 2569 ของ liveinrent ระบุว่าอัตราห้องว่างในกรุงเทพโดยรวมอยู่ที่ราว 8 ถึง 12 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ทำเลพรีเมียมอย่างทองหล่อ สาทร และพร้อมพงษ์ อยู่ที่ราว 5 ถึง 8 เปอร์เซ็นต์ ห้องในทำเลติดสถานีจึงหาผู้เช่าได้เร็วกว่า และเจ้าของห้องมีอำนาจต่อรองค่าเช่ามากกว่า

สำหรับผู้เช่า นี่แปลว่าอำนาจต่อรองของคุณต่ำกว่าในทำเลแบบนี้ สำหรับผู้ซื้อ นี่แปลว่าห้องที่ซื้อมีโอกาสปล่อยเช่าต่อได้ง่ายกว่าถ้าวันหนึ่งต้องย้าย แต่ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าอ้างอิงของตลาดในอดีต ไม่ใช่คำสัญญาว่าห้องของคุณจะได้ผลลัพธ์เท่านี้

เช่ากับซื้อมีความเสี่ยงต่างกันอย่างไร

ฝั่งเช่า ค่าเช่าขึ้นและถูกขอห้องคืน

ความเสี่ยงหลักของการเช่าคือคุณไม่ได้คุมสัญญาระยะยาว สัญญาเช่าคอนโดในกรุงเทพส่วนใหญ่เป็นสัญญาปีต่อปี เมื่อครบกำหนดเจ้าของห้องขึ้นค่าเช่าได้ หรือเลือกไม่ต่อสัญญาเพราะจะขายห้องหรือย้ายเข้าอยู่เอง

ต้นทุนที่คนมักลืมคือต้นทุนของการย้ายเอง ทั้งค่าขนย้าย ค่ามัดจำก้อนใหม่ที่ต้องวางก่อนได้ก้อนเก่าคืน และเวลาที่ใช้หาห้องใหม่ โครงสร้างที่พบทั่วไปในตลาดคือเงินประกัน 2 เดือนบวกค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน ซึ่งในตัวอย่างนี้เท่ากับต้องเตรียมเงิน 36,000 บาทตั้งแต่วันเซ็นสัญญา

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาฉบับ พ.ศ. 2568 กำหนดให้เงินประกันรวมค่าเช่าล่วงหน้าของสัญญารายเดือนรวมกันไม่เกิน 3 เดือน และให้คืนเงินประกันภายใน 7 วันนับแต่สัญญาสิ้นสุดเมื่อผู้เช่าไม่ผิดสัญญา ข้อควรระวังคือประกาศนี้บังคับกับผู้ที่เข้านิยามผู้ประกอบธุรกิจซึ่งปล่อยเช่าตั้งแต่ 3 หน่วยขึ้นไป เจ้าของห้องรายบุคคลที่ปล่อยเช่าห้องเดียวจึงไม่เข้าข่าย ต้องอ่านสัญญาให้ละเอียดเสมอ

ฝั่งซื้อ ราคาขายต่อและสภาพคล่อง

ความเสี่ยงหลักของการซื้อไม่ใช่ค่างวด แต่คือวันที่คุณอยากออก คอนโดไม่ใช่สินทรัพย์ที่ขายได้ในสัปดาห์เดียว โดยเฉพาะเมื่อโครงการเดียวกันมีห้องประกาศขายพร้อมกันหลายสิบห้อง

ค่าใช้จ่ายที่กัดกร่อนผลลัพธ์มากที่สุดคือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3 เปอร์เซ็นต์ของราคาขาย ซึ่งเสียเมื่อถือครองไม่ถึง 5 ปีและไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านหรือมีชื่อไม่ครบ 1 ปี ถ้าเข้าเงื่อนไขยกเว้นจะเปลี่ยนเป็นอากรแสตมป์ 0.5 เปอร์เซ็นต์แทน สองรายการนี้เสียอย่างใดอย่างหนึ่ง

อีกจุดที่ต้องรู้คือ ถ้าเป็นบ้านหลังที่สองและไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน จะเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตั้งแต่บาทแรกในอัตรา 0.02 เปอร์เซ็นต์ ในตัวอย่างห้อง 3,000,000 บาท คิดเป็น 600 บาทต่อปี ขณะที่ที่อยู่อาศัยหลังหลักที่มีชื่อในทะเบียนบ้านได้รับยกเว้นในช่วง 0 ถึง 50 ล้านบาท

ใครควรเช่า และใครควรซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า

เมื่อวางตัวเลขทั้งหมดลงบนโต๊ะแล้ว คำตอบมักตัดสินด้วยจำนวนปีที่คุณมั่นใจว่าจะอยู่ที่นั่น มากกว่าตัวเลขทางการเงินตัวใดตัวหนึ่ง

สัญญาณที่บอกว่าการเช่าเหมาะกับคุณมากกว่า

  • ยังไม่แน่ใจว่าจะอยู่ทำเลนี้เกิน 3 ปีหรือไม่ ไม่ว่าจะเพราะงาน ครอบครัว หรือแผนการเรียน
  • อัตราส่วนค่าเช่าต่อราคาห้องของทำเลที่ดูอยู่ต่ำกว่า 4 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ซึ่งพบบ่อยในสุขุมวิทตอนต้น
  • ยังไม่มีเงินก้อนพอสำหรับเงินดาวน์และเงินสำรองอีกอย่างน้อย 6 เดือนของค่างวด
  • รายได้ยังไม่นิ่งพอที่จะรับภาระค่างวดที่อาจปรับขึ้นหลังปีที่ 3 ถ้ารีไฟแนนซ์ไม่ผ่าน

สัญญาณที่บอกว่าการซื้อเหมาะกับคุณมากกว่า

  • มั่นใจว่าจะอยู่ทำเลนี้เกิน 5 ปี ซึ่งเป็นจุดที่ภาษีธุรกิจเฉพาะหมดผลพอดี
  • อัตราส่วนค่าเช่าต่อราคาห้องของทำเลที่ดูอยู่สูงกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี
  • มีเงินก้อนพอสำหรับเงินดาวน์ ค่าธรรมเนียม ค่าตกแต่ง และเงินสำรองโดยไม่ต้องกู้เพิ่ม
  • เข้าใจว่าจะต้องรีไฟแนนซ์เมื่อครบปีที่ 3 และเตรียมเอกสารสำหรับรอบนั้นไว้ล่วงหน้าแล้ว

สำหรับผู้กู้ทั่วไป ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศเมื่อ 14 พฤษภาคม 2569 ต่ออายุการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ให้ปล่อยกู้ได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าหลักประกัน มีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2570 ข้อควรเข้าใจคือนี่คือเพดานตามเกณฑ์กำกับ ไม่ใช่การรับประกันว่าคุณจะได้รับอนุมัติเต็มวงเงิน ธนาคารยังพิจารณารายได้และภาระหนี้ของคุณตามปกติ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเช่าคอนโดติดรถไฟฟ้า vs ซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า

คอนโดติดรถไฟฟ้าควรเช่าหรือซื้อ

ตอบสั้นที่สุดคือ ถ้าคุณมั่นใจว่าจะอยู่ทำเลนั้นเกิน 5 ปี และค่าเช่าของห้องเทียบเคียงคิดเป็นมากกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ต่อปีของราคาห้อง การซื้อมักคุ้มกว่า ถ้าอยู่ไม่ถึง 3 ปี หรืออัตราส่วนนั้นต่ำกว่า 4 เปอร์เซ็นต์ การเช่ามักคุ้มกว่า เหตุผลคือค่าใช้จ่ายตอนซื้อและตอนขายต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะถูกกลบด้วยเงินต้นที่ผ่อนคืนไป

เช่าคอนโดติดรถไฟฟ้ากี่ปีถึงจะเรียกว่าเสียเปล่า

ไม่มีตัวเลขตายตัว แต่ในตัวอย่างห้อง 3,000,000 บาทที่ค่าเช่า 12,000 บาทต่อเดือน ฝั่งซื้อเริ่มได้เปรียบชัดเจนหลังผ่านปีที่ 5 ไปแล้ว เพราะภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3 เปอร์เซ็นต์หมดผลพอดี และเงินต้นที่ผ่อนคืนสะสมมากพอจะกลบค่าใช้จ่ายตอนขาย

ซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้าแล้วปล่อยเช่าต่อได้ผลตอบแทนเท่าไหร่

ค่าเฉลี่ยของคอนโดกรุงเทพอยู่ที่ราว 4 ถึง 6 เปอร์เซ็นต์ต่อปีตามข้อมูลปี 2569 ของ myproperty.in.th โดยพระราม 9 และห้วยขวางอยู่ที่ 5 ถึง 6 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสุขุมวิทตอนต้นอยู่ที่ 3.5 ถึง 4.5 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าอ้างอิงในอดีตของตลาด ไม่ใช่คำสัญญาว่าห้องของคุณจะได้ผลลัพธ์เท่านี้ และยังไม่ได้หักช่วงที่ห้องว่าง ค่าส่วนกลาง หรือค่าซ่อมบำรุง

ค่าเช่าคอนโดติดรถไฟฟ้าขึ้นปีละเท่าไหร่

ข้อมูลตลาดห้องเช่าไทยปี 2569 ของ liveinrent ระบุว่าคอนโดทั่วไปปรับขึ้น 2 ถึง 4 เปอร์เซ็นต์เทียบปีก่อน ส่วนห้อง furnished ระดับพรีเมียมปรับขึ้น 3 ถึง 6 เปอร์เซ็นต์ ในทางปฏิบัติค่าเช่าจะปรับตอนต่อสัญญา ไม่ใช่ปรับระหว่างอายุสัญญา เพราะการขึ้นค่าเช่าระหว่างสัญญาต้องมีข้อตกลงไว้ล่วงหน้า

ถ้าไม่รีไฟแนนซ์หลังปีที่ 3 จะเกิดอะไรขึ้น

สัญญาจะกลับไปอ้างอิงอัตรา MRR ซึ่งอยู่ในช่วง 6.045 ถึง 7.105 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ในตัวอย่างเงินกู้ 2,700,000 บาท ค่างวดจะเพิ่มจาก 11,383 เป็น 16,557 บาทต่อเดือน และต้นทุนสุทธิเมื่อครบ 10 ปีจะขยับจาก 1,013,086 เป็น 1,531,930 บาท นี่คือเหตุผลที่ควรวางแผนรีไฟแนนซ์ไว้ตั้งแต่วันเซ็นสัญญา ไม่ใช่ไปคิดตอนปีที่ 4

สรุป

การเทียบเช่ากับซื้อในทำเลติดรถไฟฟ้าไม่ได้ตัดสินที่ราคาห้อง แต่ตัดสินที่สามอย่าง คืออัตราส่วนค่าเช่าต่อราคาห้อง จำนวนปีที่คุณจะอยู่จริง และแผนดอกเบี้ยหลังปีที่ 3 ถ้าสามอย่างนี้ชัด คำตอบจะชัดตามไปเอง

ขั้นตอนที่ทำได้เลยวันนี้คือเปิดหน้ารวมคอนโดให้เช่าในกรุงเทพเพื่อดูค่าเช่าจริงของห้องที่เทียบเคียงกันได้ในสถานีที่คุณสนใจ แล้วเปิดหน้ารวมคอนโดขายในกรุงเทพเพื่อดูราคาของห้องแบบเดียวกันในอาคารเดียวกันหรือใกล้เคียง จากนั้นนำสองตัวเลขมาหารกันตามขั้นที่ 2 ด้านบน คุณจะได้คำตอบที่ตรงกับห้องของคุณจริง ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของคนอื่น

ถ้าต้องการดูวิธีคำนวณผลตอบแทนแบบละเอียดขึ้น อ่านคู่มือเรื่องผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าของ PropertyScout และถ้ากำลังเตรียมยื่นกู้ อ่านคู่มือเรื่องเงื่อนไขการกู้บ้านและคอนโดเพิ่มเติม

Browse verified listings เพื่อดูห้องที่ตรงเงื่อนไขของคุณจริง หรือ Work with an agent who speaks your language ถ้าอยากให้คนช่วยเทียบตัวเลขของสองทางเลือกให้เห็นพร้อมกัน

ข้อมูลสำคัญ ราคาและความพร้อมของทรัพย์เปลี่ยนแปลงได้ ไม่มีการรับประกัน ข้อมูลทรัพย์เป็นแนวทางทั่วไปเท่านั้น เนื้อหานี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ภาษี หรือการเงิน ตัวเลขทั้งหมดเป็นการคำนวณจากสมมติฐานที่ระบุไว้ในบทความ ตัวเลขจริงของคุณขึ้นกับเงื่อนไขที่ธนาคารอนุมัติ อัตราค่าส่วนกลางของโครงการ และสภาพตลาด ณ วันที่ทำธุรกรรม

FAQs

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Suspendisse varius enim in eros elementum tristique.

Explore More Topics

Free real estate resources and tips on how to capitalise