In Short
Advice

Key Highlights
- เอกสารยื่นกู้ซื้อคอนโดแบ่งเป็น 3 กลุ่มเสมอ คือ เอกสารส่วนบุคคล เอกสารแสดงรายได้ และเอกสารหลักประกัน ตามรายการของธนาคารอาคารสงเคราะห์
- พนักงานประจำใช้สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน และ Statement เงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน ส่วนเจ้าของกิจการและฟรีแลนซ์ต้องเพิ่มทะเบียนการค้า หลักฐานการเสียภาษี และภาพถ่ายกิจการ 3 ถึง 4 ใบ
- ผู้กู้ร่วมทุกคนต้องยื่นเอกสารชุดเดียวกับผู้กู้หลัก และรับผิดชอบหนี้ทั้งก้อนร่วมกัน ส่วนสิทธิลดหย่อนดอกเบี้ยสูงสุด 100,000 บาทต่อปี จะถูกแบ่งตามสัดส่วนกรรมสิทธิ์
- ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศเมื่อ 14 พฤษภาคม 2569 ต่ออายุการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ให้กู้ได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ครอบคลุม 1 กรกฎาคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2570
- ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนโอนและค่าจดจำนองลดเหลืออย่างละ 0.01 เปอร์เซ็นต์ สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ถึง 30 มิถุนายน 2570 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 30 มิถุนายน 2569
ทำไมเอกสารซื้อคอนโดถึงเป็นด่านที่ทำให้ดีลสะดุดบ่อยที่สุด
คำถามที่ผู้ซื้อครั้งแรกถามมากที่สุดคือ ซื้อคอนโดต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง คำตอบสั้นที่สุดคือ เอกสาร 3 กลุ่ม ได้แก่ เอกสารที่ยืนยันว่าคุณเป็นใคร เอกสารที่ยืนยันว่าคุณมีรายได้เท่าไหร่ และเอกสารที่ยืนยันว่าห้องที่จะซื้อคือห้องไหน ธนาคารทุกแห่งขอครบสามกลุ่มนี้เหมือนกัน ต่างกันแค่รายละเอียดปลีกย่อย
สิ่งที่ทำให้ดีลสะดุดจริงไม่ใช่การหาเอกสารไม่ได้ แต่เป็นเรื่องของเวลา ใบจองมักกำหนดให้ยื่นกู้ภายใน 7 ถึง 30 วัน ขณะที่เอกสารบางตัวอย่างหนังสือรับรองเงินเดือนหรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทต้องรอฝ่ายบุคคลหรือกรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกให้ ผู้ซื้อที่เริ่มรวบรวมเอกสารหลังจากวางเงินจองแล้วจึงมักเจอปัญหาว่ายื่นไม่ทันรอบ และเสียสิทธิ์ในห้องที่จองไว้
ทางที่ปลอดภัยกว่าคือรวบรวมเอกสารกลุ่มบุคคลและกลุ่มรายได้ให้เสร็จก่อนไปดูห้องจริง ธนาคารอาคารสงเคราะห์แนะนำให้เตรียมล่วงหน้าและตรวจข้อมูลเครดิตบูโรของตัวเองก่อนยื่น เพื่อให้เห็นปัญหาตั้งแต่ยังแก้ทัน เมื่อเจอห้องที่ใช่แล้วจะเหลือแค่การเติมเอกสารหลักประกันเข้าไปเท่านั้น
เอกสารซื้อคอนโด 3 กลุ่มหลักมีอะไรบ้าง
กลุ่มที่ 1 เอกสารส่วนบุคคล ใช้ยืนยันว่าคุณเป็นใคร
กลุ่มนี้เหมือนกันทุกอาชีพและทุกธนาคาร ตามรายการของธนาคารอาคารสงเคราะห์ประกอบด้วยบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรข้าราชการ ทะเบียนบ้าน สำเนาทะเบียนสมรส ใบหย่า ใบมรณบัตร หรือใบแจ้งความแยกกันอยู่ถ้ามี สำเนาใบเปลี่ยนชื่อและนามสกุลถ้ามี และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรสถ้ามี
จุดที่คนพลาดบ่อยคือเรื่องคู่สมรส ถ้าจดทะเบียนสมรสแล้ว ธนาคารจะขอเอกสารของคู่สมรสด้วยเสมอ แม้จะกู้คนเดียวก็ตาม เพราะทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสถือเป็นสินสมรส อีกจุดคือชื่อและนามสกุลที่ไม่ตรงกันระหว่างบัตรประชาชนกับทะเบียนบ้านหรือสมุดบัญชี ถ้าเคยเปลี่ยนชื่อต้องแนบใบเปลี่ยนชื่อไปด้วยทุกครั้ง
กลุ่มที่ 2 เอกสารแสดงรายได้ ใช้ยืนยันว่าคุณผ่อนไหว
กลุ่มนี้คือกลุ่มที่ธนาคารใช้ตัดสินวงเงินจริง และเป็นกลุ่มที่ต่างกันตามอาชีพมากที่สุด หัวใจของกลุ่มนี้คือ Statement บัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน ซึ่งธนาคารใช้ดูว่ารายได้เข้าสม่ำเสมอหรือไม่ และเหลือเงินหลังหักรายจ่ายเท่าไหร่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์แนะนำให้คุมภาระหนี้รวมต่อรายได้ไม่เกิน 40 เปอร์เซ็นต์ก่อนยื่น
กลุ่มที่ 3 เอกสารหลักประกัน ใช้ยืนยันว่าห้องคือห้องไหน
กรณีซื้อคอนโด เอกสารกลุ่มนี้ได้แก่ สำเนาหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายหรือสัญญาวางมัดจำ สำเนาหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด แบบ อช.2 ทุกหน้า และหลักฐานการเป็นเจ้าของ ถ้าซื้อจากโครงการ ฝ่ายขายจะเตรียมชุดนี้ให้ แต่ถ้าซื้อคอนโดมือสอง ผู้ซื้อต้องเป็นฝ่ายขอจากผู้ขายเอง ซึ่งเป็นจุดที่ใช้เวลานานที่สุดในทางปฏิบัติ
ตารางเอกสารเพิ่มเติมแยกตามอาชีพและประเภทผู้ซื้อ
พนักงานประจำ เตรียม 3 ใบก็ครบ
| เอกสาร | เงื่อนไขและรายละเอียด |
|---|---|
| หนังสือรับรองเงินเดือน หรือหนังสือรับรองสิทธิสวัสดิการ | ออกโดยฝ่ายบุคคล อายุไม่เกิน 1 ถึง 3 เดือนนับจากวันที่ออก |
| สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน | ใช้หลักฐานการรับเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือนแทนได้ |
| Statement เงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน | ต้องเป็นบัญชีที่เงินเดือนเข้า |
| หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย แบบ 50 ทวิ | ใช้ในกรณีที่รับรายได้จากหลายแหล่ง |
| หลักฐานแสดงฐานะการเงินอื่นที่มี | เช่น สลากออมทรัพย์หรือกองทุน พร้อมฉบับจริงให้เจ้าหน้าที่ตรวจ |
ข้อควรระวังของกลุ่มนี้คือรายได้ที่ไม่คงที่ เช่น ค่าคอมมิชชันหรือโอที ธนาคารจะนับให้เพียงบางส่วนและมักขอย้อนหลังนานกว่า 3 เดือน ถ้ารายได้หลักของคุณมาจากส่วนนี้ ให้เตรียมสลิปย้อนหลัง 6 ถึง 12 เดือนไว้ล่วงหน้า
เจ้าของกิจการและฟรีแลนซ์ เตรียมมากกว่าราวเท่าตัว
| เอกสาร | เงื่อนไขและรายละเอียด |
|---|---|
| Statement เงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน | ทั้งบัญชีส่วนตัวและบัญชีที่ใช้รับเงินจากลูกค้า |
| สำเนาทะเบียนการค้า ทะเบียนพาณิชย์ ทะเบียนบริษัท หรือทะเบียนนิติบุคคล | ใช้ฉบับที่ตรงกับรูปแบบการจดทะเบียนของกิจการ |
| หลักฐานการเสียภาษีเงินได้ เช่น แบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 | ต้องแนบใบเสร็จรับเงินด้วย |
| ภาพถ่ายกิจการ 3 ถึง 4 ใบ | ให้เห็นหน้าร้าน ป้ายชื่อ และพื้นที่ทำงานจริง |
| สำเนาใบประกอบวิชาชีพ | สำหรับอาชีพที่ต้องมีใบอนุญาต เช่น แพทย์ วิศวกร หรือสถาปนิก |
| สำเนาใบเสร็จรับเงินค่าสั่งซื้อสินค้า หรือสัญญาจ้างงานกับลูกค้า | เพื่อยืนยันว่ากิจการมีรายได้ต่อเนื่อง |
รายการภาพถ่ายกิจการเป็นข้อที่ผู้กู้กลุ่มนี้มักไม่ทราบมาก่อน และเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องเดินทางไปธนาคารรอบสอง ฟรีแลนซ์ที่ไม่มีหน้าร้านสามารถใช้ภาพพื้นที่ทำงานจริงพร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบอาชีพแทนได้ แต่ควรถามเจ้าหน้าที่สินเชื่อก่อนว่ารับแบบใด อ่านเงื่อนไขการอนุมัติเพิ่มเติมได้ที่บทความ เงื่อนไขการกู้บ้าน กู้คอนโด มีอะไรบ้าง บน PropertyScout
กรณีกู้ร่วม เอกสารคูณตามจำนวนผู้กู้
การกู้ร่วมช่วยเพิ่มวงเงินได้จริง เพราะธนาคารนำรายได้ของทุกคนมารวมกัน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ระบุว่าโดยทั่วไปกู้ร่วมได้ 2 ถึง 4 คนรวมผู้กู้หลัก และรับความสัมพันธ์แบบคู่สมรสที่จดทะเบียน พ่อแม่กับลูก พี่น้อง รวมถึงเครือญาติที่พิสูจน์ความสัมพันธ์ได้ ผู้กู้ร่วมแต่ละคนต้องยื่นเอกสารส่วนบุคคลและเอกสารแสดงรายได้ชุดเต็มเหมือนผู้กู้หลัก
- เอกสารส่วนบุคคลของผู้กู้ร่วมทุกคน รวมถึงเอกสารคู่สมรสของผู้กู้ร่วมด้วยถ้ามี
- เอกสารแสดงรายได้ตามอาชีพของผู้กู้ร่วมแต่ละคน ไม่ใช่ใช้ของผู้กู้หลักแทนได้
- หลักฐานความสัมพันธ์ เช่น ทะเบียนบ้านที่มีชื่ออยู่ด้วยกัน สูติบัตร หรือใบเปลี่ยนนามสกุล กรณีนามสกุลไม่ตรงกัน
- หนังสือยินยอมให้ตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรของผู้กู้ร่วมทุกคน
สองเรื่องที่ต้องคุยกันให้จบก่อนเซ็น เรื่องแรกคือความรับผิด ผู้กู้ร่วมทุกคนรับผิดชอบหนี้ทั้งก้อน ไม่ใช่รับผิดชอบเฉพาะส่วนของตัวเอง เรื่องที่สองคือสิทธิลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยที่อยู่อาศัยสูงสุด 100,000 บาทต่อปี ซึ่งจะถูกแบ่งตามสัดส่วนกรรมสิทธิ์ ไม่ใช่ทุกคนได้เต็มจำนวน เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียเพิ่มเติมได้ที่บทความ กู้ร่วม ปะทะ กู้คนเดียว ก่อนซื้อบ้านต้องรู้
ต้องขอเอกสารอะไรจากผู้ขายบ้าง
ถ้าซื้อจากโครงการโดยตรง ฝ่ายขายจะออกใบจอง ใบเสร็จค่าจอง และสัญญาจะซื้อจะขายให้ครบ แต่ถ้าซื้อคอนโดมือสอง ผู้ซื้อต้องขอเอกสารเหล่านี้จากผู้ขายเอง และควรขอตั้งแต่ก่อนวางมัดจำ ไม่ใช่หลังจากนั้น
| เอกสารที่ต้องขอจากผู้ขาย | เหตุผลและสิ่งที่ต้องตรวจ |
|---|---|
| สำเนาหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด แบบ อช.2 ทุกหน้า | ดูว่าผู้ขายคือเจ้าของจริง และมีภาระจำนองหรือรายการอายัดค้างอยู่หรือไม่ |
| สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ขาย | ตรวจว่าชื่อตรงกับที่ปรากฏในหนังสือกรรมสิทธิ์ |
| หนังสือรับรองการปลอดหนี้จากนิติบุคคลอาคารชุด | กรมที่ดินใช้ประกอบการจดทะเบียนโอน |
| ใบเสร็จค่าส่วนกลางล่าสุด | พร้อมหลักฐานว่าไม่มีค่าน้ำค่าไฟค้างชำระ |
| สำเนาสัญญาจะซื้อจะขายหรือสัญญาวางมัดจำที่ทำกันไว้ | ต้องมีหลักฐานการโอนเงินทุกงวดแนบมาด้วย |
หนังสือรับรองการปลอดหนี้เป็นเอกสารที่คนลืมบ่อยที่สุดและเป็นเหตุให้เลื่อนวันโอน เพราะนิติบุคคลอาคารชุดหลายแห่งใช้เวลาออกให้ 3 ถึง 7 วันทำการ และออกให้เฉพาะเมื่อเจ้าของห้องไม่มีค่าส่วนกลางค้าง ถ้าผู้ขายค้างชำระ ต้องเคลียร์ให้จบก่อน วันโอนจึงจะเกิดขึ้นได้
ลำดับเวลาการยื่นเอกสารตั้งแต่จองถึงวันโอน
ตั้งแต่วันจองถึงวันโอน แบ่งได้ 5 ช่วง
- ก่อนจอง เตรียมเอกสารส่วนบุคคลและเอกสารแสดงรายได้ให้ครบ พร้อมตรวจข้อมูลเครดิตบูโรของตัวเองล่วงหน้า
- วันจอง รับใบจองและใบเสร็จค่าจองจากผู้ขาย เก็บไว้ใช้ประกอบการยื่นกู้
- ภายใน 7 ถึง 30 วันหลังจอง ยื่นชุดเอกสารกู้กับธนาคาร พร้อมสัญญาจะซื้อจะขาย โดยยื่นหลายธนาคารพร้อมกันได้
- ระหว่างรออนุมัติ ธนาคารส่งเจ้าหน้าที่ประเมินราคาห้อง ผู้ซื้อควรเตรียมนัดเข้าห้องกับผู้ขายไว้ล่วงหน้า
- วันโอนที่สำนักงานที่ดิน นำบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด หนังสือรับรองการปลอดหนี้ และเอกสารสินเชื่อจากธนาคารไปให้ครบ
ช่วงที่ควรเผื่อเวลามากที่สุดคือช่วงรออนุมัติ ซึ่งใช้เวลาราว 2 ถึง 4 สัปดาห์ในทางปฏิบัติ และจะยาวกว่านั้นถ้าธนาคารขอเอกสารเพิ่ม การเตรียมเอกสารกลุ่มบุคคลและกลุ่มรายได้ไว้ก่อนตั้งแต่ยังไม่จอง จึงช่วยลดความเสี่ยงเรื่องระยะเวลาได้มากที่สุด
เอกสารอะไรที่คนมักเตรียมไม่ทันจนดีลล่ม
- หนังสือรับรองเงินเดือนที่หมดอายุ ธนาคารส่วนใหญ่รับเฉพาะฉบับที่ออกไม่เกิน 1 ถึง 3 เดือน ถ้ายื่นช้าเกินไปต้องขอใหม่
- Statement ที่ไม่ครบ 6 เดือน หรือเป็นบัญชีคนละเล่มกับที่เงินเดือนเข้า ทำให้ธนาคารมองไม่เห็นความสม่ำเสมอของรายได้
- หนังสือรับรองการปลอดหนี้จากนิติบุคคลอาคารชุด ที่ขอช้าจนออกไม่ทันวันนัดโอน
- หลักฐานการเสียภาษีของเจ้าของกิจการ ซึ่งต้องเป็นฉบับที่มีใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการยื่นผ่านระบบ ไม่ใช่แค่แบบที่กรอกไว้
- เอกสารของคู่สมรสในกรณีจดทะเบียนสมรส ที่มักถูกมองข้ามเพราะเข้าใจว่ากู้คนเดียวไม่ต้องใช้
อีกเรื่องที่กระทบค่าใช้จ่ายโดยตรงคือมาตรการของรัฐ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนโอนลดจาก 2 เปอร์เซ็นต์เหลือ 0.01 เปอร์เซ็นต์ และค่าจดทะเบียนจำนองลดจาก 1 เปอร์เซ็นต์เหลือ 0.01 เปอร์เซ็นต์ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 มีผลถึง 30 มิถุนายน 2570 โดยราคาซื้อขายและราคาประเมินต้องไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา วงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา ผู้ซื้อต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย และต้องจดทะเบียนโอนกับจำนองในคราวเดียวกัน สิทธินี้จึงผูกกับเอกสารที่ยื่นในวันโอนโดยตรง ดูรายการค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้ที่บทความ รวมลิสต์ค่าใช้จ่ายเมื่อซื้อคอนโด 1 ห้อง
ผู้ซื้อชาวต่างชาติต้องเตรียมเอกสารเพิ่มอะไรบ้าง
ผู้ซื้อชาวต่างชาติต้องเตรียมเอกสารอีกชุดหนึ่งนอกเหนือจาก 3 กลุ่มข้างต้น เอกสารสำคัญที่สุดคือหลักฐานการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในไทย ซึ่งธนาคารผู้รับเงินเป็นผู้ออกให้ในรูปแบบแบบฟอร์มธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ หรือ FET สำหรับยอดโอนที่สูงกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนยอดที่ต่ำกว่านั้นธนาคารจะออกเป็นหนังสือรับรองหรือเครดิตโน้ตแทน
- หนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ พร้อมสำเนาหน้าที่มีตราประทับเข้าเมืองล่าสุด
- แบบฟอร์มธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ FET หรือหนังสือรับรองจากธนาคารผู้รับเงิน โดยระบุวัตถุประสงค์ว่าเพื่อซื้อห้องชุด
- หนังสือรับรองจากนิติบุคคลอาคารชุดว่าโครงการยังมีโควตากรรมสิทธิ์ของชาวต่างชาติเหลืออยู่ภายในเพดาน 49 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ห้องชุดทั้งอาคาร
จุดที่ต้องระวังคือชื่อผู้โอนเงินและวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในเอกสารธนาคาร ต้องตรงกับชื่อผู้ที่จะถือกรรมสิทธิ์ห้องชุด ถ้าไม่ตรง สำนักงานที่ดินอาจไม่รับจดทะเบียนโอนในวันนัด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเอกสารซื้อคอนโด
ซื้อคอนโดต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ถ้าจ่ายเงินสดไม่ได้กู้
ถ้าไม่ได้กู้ จะเหลือเฉพาะเอกสารส่วนบุคคลและเอกสารหลักประกัน คือบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน เอกสารคู่สมรสถ้ามี สัญญาจะซื้อจะขาย หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด และหนังสือรับรองการปลอดหนี้จากนิติบุคคลอาคารชุด ไม่ต้องยื่นเอกสารแสดงรายได้ แต่ยังต้องเตรียมหลักฐานที่มาของเงินไว้ตอบธนาคารในวันที่ทำรายการโอนเงินก้อนใหญ่
ยื่นกู้หลายธนาคารพร้อมกันได้ไหม ต้องเตรียมเอกสารกี่ชุด
ยื่นพร้อมกันได้และเป็นวิธีที่ผู้ซื้อจำนวนมากใช้เพื่อเทียบข้อเสนอ ให้เตรียมสำเนาเอกสารชุดเดียวกันตามจำนวนธนาคารที่ยื่น พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ ข้อควรรู้คือการยื่นหลายแห่งพร้อมกันจะปรากฏเป็นรายการสอบถามข้อมูลในรายงานเครดิตบูโร จึงควรยื่นในช่วงเวลาใกล้กัน ไม่ใช่ทยอยยื่นห่างกันหลายเดือน
เอกสารกู้ซื้อคอนโดมือสองต่างจากคอนโดใหม่อย่างไร
เอกสารส่วนบุคคลและเอกสารแสดงรายได้เหมือนกันทุกประการ ต่างกันที่เอกสารหลักประกัน คอนโดใหม่จะได้ชุดเอกสารจากฝ่ายขายของโครงการโดยตรง ส่วนคอนโดมือสองผู้ซื้อต้องขอสำเนาหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด เอกสารผู้ขาย และหนังสือรับรองการปลอดหนี้เอง จึงควรเผื่อเวลาไว้มากกว่าอย่างน้อย 1 ถึง 2 สัปดาห์
เตรียมเอกสารครบแล้วกู้ได้เต็มราคาห้องหรือไม่
วงเงินขึ้นกับรายได้และภาระหนี้ของผู้กู้เป็นหลัก ส่วนเพดานตามเกณฑ์กำกับปัจจุบันผ่อนคลายอยู่ ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศเมื่อ 14 พฤษภาคม 2569 ต่ออายุการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ให้ปล่อยกู้ได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าหลักประกัน ครอบคลุมสัญญาที่ทำระหว่าง 1 กรกฎาคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2570 การผ่อนคลายนี้เป็นเพดานตามเกณฑ์ ไม่ใช่การรับประกันว่าจะได้รับอนุมัติเต็มวงเงิน
ต้องเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องทุกใบหรือไม่
ต้องเซ็นทุกใบ และควรเขียนกำกับว่าใช้เพื่อยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารใด เพื่อป้องกันการนำสำเนาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ กรณีเอกสารหลายหน้าอย่างหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด ต้องถ่ายสำเนาและเซ็นรับรองครบทุกหน้า ไม่ใช่เฉพาะหน้าแรก
สรุป
ซื้อคอนโดต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง สรุปได้เป็น 3 กลุ่มเสมอ คือเอกสารส่วนบุคคล เอกสารแสดงรายได้ที่ต่างกันตามอาชีพ และเอกสารหลักประกันของห้องที่จะซื้อ กลุ่มแรกกับกลุ่มที่สองเตรียมล่วงหน้าได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเลือกห้อง ส่วนกลุ่มที่สามค่อยเติมเมื่อตัดสินใจแล้ว วิธีนี้ทำให้ยื่นกู้ได้ทันกรอบเวลาของใบจอง และเหลือเวลาไปเทียบข้อเสนอของหลายธนาคาร
เมื่อเอกสารพร้อมแล้ว ขั้นต่อไปคือการเลือกห้องที่ตรงกับวงเงินจริง Browse verified listings บน PropertyScout เพื่อดูยูนิตที่เจ้าของยืนยันข้อมูลแล้ว หรือ Work with an agent who speaks your language เพื่อให้ที่ปรึกษาช่วยไล่เอกสารกับผู้ขายและนิติบุคคลอาคารชุดให้ครบก่อนวันโอน
หมายเหตุ ราคาและความพร้อมของทรัพย์เปลี่ยนแปลงได้ ไม่มีการรับประกัน ข้อมูลทรัพย์เป็นแนวทางทั่วไปเท่านั้น เนื้อหานี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ภาษี หรือการเงิน รายการเอกสาร อัตราค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขของแต่ละธนาคารเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับธนาคารและสำนักงานที่ดินอีกครั้ง ณ วันที่ดำเนินการ
แหล่งอ้างอิง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เรื่องเอกสารประกอบการขอสินเชื่อและการกู้ร่วม ธนาคารแห่งประเทศไทย ข่าวการต่ออายุมาตรการ LTV วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เรื่องการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนโอนและจดจำนอง และกรมสรรพากร เรื่องสิทธิลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย
FAQs
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Suspendisse varius enim in eros elementum tristique.
Explore More Topics
Free real estate resources and tips on how to capitalise