ซื้อคอนโดปล่อยเช่า ทำเลไหนคุ้มที่สุด วัดจากผลตอบแทนจริง

ซื้อคอนโดปล่อยเช่า ทำเลไหนคุ้มที่สุด วัดจากผลตอบแทนจริง ซื้อคอนโดปล่อยเช่า ทำเลไหนคุ้มที่สุด วัดจากผลตอบแทนจริง

In Short

Advice

เจ้าของห้องส่งกุญแจและคีย์การ์ดให้ผู้เช่าใหม่ที่ยิ้มพร้อมกระเป๋าเดินทางหน้าประตูห้องคอนโดตกแต่งพร้อมอยู่ในกรุงเทพ

Key Highlights

  • ค่าเฉลี่ยผลตอบแทนค่าเช่าคอนโดกรุงเทพอยู่ที่ราว 4 ถึง 6 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ตามข้อมูลของ myproperty.in.th เผยแพร่ 3 มิถุนายน 2569
  • ทำเลรอบนอกแนวรถไฟฟ้าให้ผลตอบแทนสูงกว่าทำเลใจกลางเมืองอย่างชัดเจน โดยกลุ่มอ่อนนุช อุดมสุข ลาดพร้าว และบางนา อยู่ที่ราว 4.0 ถึง 5.9 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เพลินจิตและชิดลมอยู่ที่ราว 2.7 ถึง 3.7 เปอร์เซ็นต์ ตามข้อมูลของ bambooroutes.com ปรับปรุง 8 พฤษภาคม 2569
  • คู่มือ Rental Yield ของ PropertyScout แนะนำให้ตั้งเป้าไว้ที่ 6 ถึง 8 เปอร์เซ็นต์ต่อปี และให้ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ราว 2 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดที่พบจริง จึงควรใช้เป็นเป้าหมาย ไม่ใช่ค่าที่คาดว่าจะได้ทุกห้อง
  • ตัวเลขที่เปลี่ยนผลการคำนวณมากที่สุดคือดอกเบี้ยหลังปีที่ 3 ที่เด้งจากอัตราโปรโมชัน 2.55 ถึง 3.55 เปอร์เซ็นต์ ไปอ้างอิง MRR 6.045 ถึง 7.105 เปอร์เซ็นต์ ตามตารางเทียบของ AP Thai อัปเดต 2 กรกฎาคม 2569

ทำไมคำถามเรื่องทำเลปล่อยเช่าถึงตอบยากกว่าที่คิด

คำถามว่าซื้อคอนโดปล่อยเช่า ทำเลไหนคุ้มที่สุด ฟังดูเหมือนตอบได้ด้วยรายชื่อทำเลสั้น ๆ แต่ในทางปฏิบัติแล้วไม่ใช่ เพราะผลตอบแทนไม่ได้ขึ้นกับทำเลอย่างเดียว มันขึ้นกับราคาที่คุณซื้อได้จริง ค่าเช่าที่ห้องแบบนั้นในอาคารนั้นเรียกได้จริง และจำนวนเดือนที่ห้องว่างระหว่างผู้เช่าสองราย ทำเลเดียวกันจึงให้ผลตอบแทนต่างกันได้มากระหว่างห้องสองห้องที่อยู่คนละชั้นของตึกเดียวกัน

สิ่งที่ทำได้และมีประโยชน์กว่าคือการดูว่าแหล่งข้อมูลที่เก็บตัวเลขจริงในปี 2569 ชี้ไปทางเดียวกันตรงไหนบ้าง แล้วให้คุณเอาราคาห้องที่กำลังดูอยู่มาแทนค่าในสูตรเดียวกันเพื่อเทียบกับค่าอ้างอิงเหล่านั้น บทความนี้จึงแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือทำเลที่ตัวเลขชี้ตรงกัน ส่วนที่สองคือวิธีคำนวณที่คุณใช้ตรวจห้องที่สนใจได้เอง

ทำเลกลุ่มไหนที่ข้อมูลปี 2569 ชี้ตรงกันว่าผลตอบแทนสูงสุด

เราเทียบข้อมูลสองชุดที่เก็บคนละวิธีและคนละช่วงเวลา ชุดแรกคือรายงานย่านที่ให้ผลตอบแทนค่าเช่าสูงที่สุดในกรุงเทพของ myproperty.in.th เผยแพร่ 3 มิถุนายน 2569 ชุดที่สองคือชุดผลตอบแทนขั้นต้นรายย่านแยกตามจำนวนห้องนอนของ bambooroutes.com ปรับปรุง 8 พฤษภาคม 2569 สามกลุ่มด้านล่างคือกลุ่มที่ทั้งสองชุดให้ผลไปในทางเดียวกัน

กลุ่มที่ 1 รังสิตและธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต

myproperty.in.th ระบุช่วงผลตอบแทนของทำเลนี้ไว้ที่ 6 ถึง 7 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ซึ่งเป็นช่วงสูงที่สุดในรายงานฉบับนั้น เหตุผลตรงไปตรงมา คือราคาห้องต่ำกว่าทำเลในเมืองมาก ขณะที่ค่าเช่าถูกพยุงด้วยความต้องการของนักศึกษาที่หมุนเวียนเข้ามาทุกปีการศึกษา

ข้อแลกเปลี่ยนของทำเลกลุ่มนี้คือรอบการเช่าผูกกับปฏิทินการศึกษา ห้องมักว่างพร้อมกันเป็นล็อตช่วงปิดภาคเรียน และผู้เช่ากลุ่มนี้มีความอ่อนไหวกับราคาสูง การขึ้นค่าเช่าปีละไม่กี่ร้อยบาทก็ทำให้ย้ายออกได้

กลุ่มที่ 2 อ่อนนุช อุดมสุข ลาดพร้าว และบางนา

นี่คือกลุ่มที่ข้อมูลสองชุดตรงกันชัดที่สุด bambooroutes.com ให้ผลตอบแทนขั้นต้นของอ่อนนุชไว้ที่ 4.4 เปอร์เซ็นต์สำหรับสตูดิโอ 5.0 เปอร์เซ็นต์สำหรับ 1 ห้องนอน และ 5.9 เปอร์เซ็นต์สำหรับ 2 ห้องนอน ส่วนอุดมสุขและลาดพร้าวอยู่ที่ 4.0 ถึง 5.7 เปอร์เซ็นต์ ด้าน myproperty.in.th ให้ช่วงของบางนาและบางพลีไว้ที่ 5 ถึง 6 เปอร์เซ็นต์

จุดร่วมของทำเลกลุ่มนี้คืออยู่บนแนวรถไฟฟ้าที่เข้าเมืองได้ในเวลาที่ผู้เช่ารับได้ แต่ราคาห้องยังต่ำกว่าย่านใจกลาง ผู้เช่าเป็นคนทำงานที่ต้องเข้าออฟฟิศจริง ทำให้รอบการเช่ายาวกว่ากลุ่มนักศึกษา

กลุ่มที่ 3 พระราม 9 ห้วยขวาง และรัชดา

myproperty.in.th ให้ช่วงของพระราม 9 และห้วยขวางไว้ที่ 5 ถึง 6 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ bambooroutes.com ให้ผลตอบแทนขั้นต้นของพระราม 9 และรัชดาไว้ที่ 3.9 เปอร์เซ็นต์สำหรับสตูดิโอ 4.8 เปอร์เซ็นต์สำหรับ 1 ห้องนอน และ 5.2 เปอร์เซ็นต์สำหรับ 2 ห้องนอน สองชุดนี้ต่างกันอยู่บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติเพราะนิยามขอบเขตย่านและวิธีเก็บค่าเช่าไม่เหมือนกัน แต่ทั้งคู่วางทำเลนี้ไว้เหนือค่าเฉลี่ยของเมือง

สิ่งที่ทำให้ทำเลนี้ต่างจากสองกลุ่มแรกคือฐานผู้เช่ากว้างกว่า มีทั้งพนักงานออฟฟิศย่านรัชดา ผู้เช่าที่ทำงานในอาคารสำนักงานรอบสถานี และผู้เช่าต่างชาติบางส่วน ความกว้างของฐานผู้เช่ามีค่ามากเวลาตลาดชะลอ เพราะไม่ได้พึ่งกลุ่มเดียว

ผลตอบแทนในรายงานนี้คำนวณอย่างไร

ก่อนดูตัวเลขรายย่าน ควรเข้าใจก่อนว่าตัวเลขที่เห็นตามเว็บส่วนใหญ่คือผลตอบแทนขั้นต้น ไม่ใช่ผลตอบแทนสุทธิ ทั้งสองค่าต่างกันมากพอที่จะเปลี่ยนคำตอบว่าควรซื้อหรือไม่

สูตร Gross Yield และ Net Yield ต่างกันตรงไหน

คู่มือ Rental Yield ของ PropertyScout อธิบายไว้สามสูตร สูตรแรกคือผลตอบแทนขั้นต้น คำนวณจากค่าเช่าทั้งปีก่อนหักค่าใช้จ่าย คูณ 100 แล้วหารด้วยราคาห้อง สูตรที่สองคือผลตอบแทนสุทธิ ซึ่งหักค่าใช้จ่ายในการถือครองออกจากค่าเช่าทั้งปีก่อน แล้วจึงหารด้วยราคาห้อง สูตรที่สามคือผลตอบแทนต่อเงินสดที่ลงจริง ใช้กับกรณีที่กู้ธนาคาร โดยหักทั้งค่าใช้จ่ายและค่างวดออกจากค่าเช่า แล้วหารด้วยเงินสดที่จ่ายไปตอนซื้อ

ลองแทนค่าให้เห็นภาพ ห้อง 35 ตารางเมตร ราคา 3,000,000 บาท ปล่อยเช่าได้ 12,000 บาทต่อเดือน ค่าเช่าทั้งปีคือ 144,000 บาท ผลตอบแทนขั้นต้นจึงเท่ากับ 4.8 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้คืออัตราส่วนค่าเช่าต่อราคาห้อง และเป็นตัวเลขที่ใช้เทียบข้ามทำเลได้ง่ายที่สุด

ค่าใช้จ่ายที่ต้องหักออกและอัตราห้องว่างที่ควรตั้งไว้

จากตัวอย่างเดิม ค่าส่วนกลางในตลาดอยู่ในช่วงราว 23 ถึง 75 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ที่อัตรากลาง 50 บาท ห้อง 35 ตารางเมตรจะจ่าย 1,750 บาทต่อเดือน หรือ 21,000 บาทต่อปี ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับบ้านหลังอื่นที่ไม่ใช่หลังหลักเสียตั้งแต่บาทแรกที่อัตรา 0.02 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็น 600 บาทต่อปีจากฐาน 3,000,000 บาท

อัตราห้องว่างคือตัวที่คนมองข้ามบ่อยที่สุด รายงานตลาดห้องเช่าไทยปี 2569 ของ liveinrent.com ระบุอัตราห้องว่างของกรุงเทพโดยรวมไว้ที่ 8 ถึง 12 เปอร์เซ็นต์ และทำเลพรีเมียมอย่างทองหล่อ สาทร และพร้อมพงษ์ อยู่ที่ 5 ถึง 8 เปอร์เซ็นต์ ถ้าตั้งสมมติฐานว่าห้องว่าง 1 เดือนต่อปี เท่ากับหายไป 8.3 เปอร์เซ็นต์ของค่าเช่าทันที

รวมสามรายการนี้เข้าด้วยกัน ค่าเช่าที่เก็บได้จริงจะเหลือราว 132,000 บาท หักค่าส่วนกลางและภาษีอีก 21,600 บาท เหลือ 110,400 บาท ผลตอบแทนสุทธิจึงอยู่ที่ราว 3.7 เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่าผลตอบแทนขั้นต้น 4.8 เปอร์เซ็นต์อยู่มากกว่าหนึ่งจุด นี่คือเหตุผลที่ตัวเลขบนหน้าโฆษณาโครงการกับตัวเลขในบัญชีของคุณไม่เคยตรงกัน

ผลตอบแทนขั้นต้นรายย่าน เทียบกันทีละทำเล

ชุดตัวเลขด้านล่างมาจาก bambooroutes.com ปรับปรุง 8 พฤษภาคม 2569 เป็นผลตอบแทนขั้นต้น ยังไม่หักค่าใช้จ่ายและยังไม่คิดอัตราห้องว่าง ทุกย่านใช้หัวข้อย่อยชุดเดียวกันเพื่อให้เทียบกันได้ตรง และตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าอ้างอิงในอดีต ไม่ใช่คำสัญญาว่าผลตอบแทนจริงของห้องที่คุณซื้อจะออกมาเท่านี้

อ่อนนุช

อ่อนนุชเป็นทำเลที่ราคาห้องยังตามหลังย่านชั้นใน แต่ยังอยู่บนสายสุขุมวิทเส้นเดียวกัน คนที่มองหาคอนโดขายย่านอ่อนนุชเพื่อปล่อยเช่าจึงได้ทั้งราคาเข้าซื้อที่จับต้องได้และผู้เช่าที่เดินทางเข้าเมืองทุกวัน

  • ผลตอบแทนขั้นต้นสตูดิโอ: 4.4 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 1 ห้องนอน: 5.0 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 2 ห้องนอน: 5.9 เปอร์เซ็นต์
  • ข้อสังเกต: ให้ผลตอบแทน 2 ห้องนอนสูงที่สุดในชุดข้อมูลนี้ เหมาะกับผู้เช่าที่อยู่กันเป็นคู่หรือแชร์ห้อง

อุดมสุข

  • ผลตอบแทนขั้นต้นสตูดิโอ: 4.2 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 1 ห้องนอน: 5.0 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 2 ห้องนอน: 5.7 เปอร์เซ็นต์
  • ข้อสังเกต: ราคาห้องยังตามหลังย่านชั้นในบนสายเดียวกัน แต่เวลาเดินทางเข้าเมืองยาวขึ้น

ลาดพร้าว

ลาดพร้าวเป็นจุดที่คนทำงานสองฝั่งเมืองมาบรรจบกัน เพราะมีทั้งรถไฟฟ้าสองสายและถนนสายหลักตัดผ่าน ใครที่กำลังเทียบคอนโดขายย่านลาดพร้าวจะเห็นว่าฐานผู้เช่ากว้างกว่าทำเลปลายสายพอสมควร

  • ผลตอบแทนขั้นต้นสตูดิโอ: 4.0 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 1 ห้องนอน: 5.0 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 2 ห้องนอน: 5.7 เปอร์เซ็นต์
  • ข้อสังเกต: เป็นจุดตัดของสองสายรถไฟฟ้า ฐานผู้เช่าจึงกว้างกว่าย่านปลายสาย

บางนา

บางนาเป็นทำเลที่ได้ผู้เช่าจากทั้งฝั่งนิคมอุตสาหกรรมและฝั่งสนามบิน รอบการเช่าจึงยาวกว่าที่หลายคนคาด ผู้ลงทุนที่ดูคอนโดขายย่านบางนามักชอบตรงที่ราคาเข้าซื้อยังไม่ไล่ตามย่านชั้นใน

  • ผลตอบแทนขั้นต้นสตูดิโอ: 4.1 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 1 ห้องนอน: 5.0 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 2 ห้องนอน: 5.5 เปอร์เซ็นต์
  • ข้อสังเกต: ผู้เช่าส่วนหนึ่งมาจากนิคมอุตสาหกรรมและสนามบินสุวรรณภูมิ รอบการเช่าค่อนข้างยาว

พระขโนง

  • ผลตอบแทนขั้นต้นสตูดิโอ: 4.0 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 1 ห้องนอน: 4.8 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 2 ห้องนอน: 5.4 เปอร์เซ็นต์
  • ข้อสังเกต: อยู่ติดย่านชั้นในแต่ราคายังต่ำกว่า เป็นทำเลที่คนย้ายมาจากทองหล่อและเอกมัย

เอกมัย

เอกมัยเป็นย่านที่คนย้ายมาจากทองหล่อเมื่อราคาห้องเริ่มสูงเกินงบ บรรยากาศจึงคล้ายกันแต่ต้นทุนเข้าซื้อต่ำกว่า ใครที่กำลังส่องคอนโดขายย่านเอกมัยจะเห็นว่าค่าเช่าขยับตามภาพลักษณ์ของย่านได้ดี

  • ผลตอบแทนขั้นต้นสตูดิโอ: 3.9 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 1 ห้องนอน: 4.6 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 2 ห้องนอน: 5.3 เปอร์เซ็นต์
  • ข้อสังเกต: ค่าเช่าสูงตามภาพลักษณ์ย่าน แต่ราคาห้องก็สูงตามไปด้วย

พระราม 9 และรัชดา

พระราม 9 และรัชดาเป็นย่านสำนักงานใหม่ที่ผู้เช่ามีทั้งพนักงานออฟฟิศและชาวต่างชาติ จึงหาผู้เช่าได้ต่อเนื่องเกือบทั้งปี คนที่กำลังดูคอนโดขายย่านพระราม 9 มักชอบตรงที่ฐานผู้เช่ากว้างและเชื่อมรถไฟฟ้าได้หลายสาย

  • ผลตอบแทนขั้นต้นสตูดิโอ: 3.9 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 1 ห้องนอน: 4.8 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 2 ห้องนอน: 5.2 เปอร์เซ็นต์
  • ข้อสังเกต: ฐานผู้เช่ากว้างที่สุดกลุ่มหนึ่ง มีทั้งพนักงานออฟฟิศและผู้เช่าต่างชาติ

พญาไทและอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

พญาไทและอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นจุดเชื่อมหลายสายและอยู่ใกล้โรงพยาบาลใหญ่หลายแห่ง ผู้เช่าจึงมีทั้งบุคลากรทางการแพทย์และนักศึกษา คนที่กำลังเทียบคอนโดขายย่านพญาไทมักให้น้ำหนักกับความสม่ำเสมอของผู้เช่ามากกว่าความหวือหวาของทำเล

  • ผลตอบแทนขั้นต้นสตูดิโอ: 3.9 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 1 ห้องนอน: 4.5 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 2 ห้องนอน: 5.0 เปอร์เซ็นต์
  • ข้อสังเกต: เป็นจุดเชื่อมหลายสายและใกล้โรงพยาบาลใหญ่ ผู้เช่ามีทั้งบุคลากรทางการแพทย์และนักศึกษา

อารีย์

  • ผลตอบแทนขั้นต้นสตูดิโอ: 3.7 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 1 ห้องนอน: 4.1 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 2 ห้องนอน: 4.8 เปอร์เซ็นต์
  • ข้อสังเกต: อุปทานห้องใหม่มีจำกัด ทำให้ค่าเช่าค่อนข้างนิ่ง แต่ราคาห้องเข้าซื้อค่อนข้างสูง

สาทรและสีลม

สาทรและสีลมเป็นย่านสำนักงานที่อุปทานห้องใหม่มีจำกัด ค่าเช่าจึงค่อนข้างนิ่งตลอดปี ผู้ที่มองหาคอนโดขายย่านสาทรมักยอมรับราคาเข้าซื้อที่สูงกว่า เพื่อแลกกับความต้องการเช่าที่ไม่ค่อยแกว่ง

  • ผลตอบแทนขั้นต้นสตูดิโอ: 3.4 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 1 ห้องนอน: 4.1 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 2 ห้องนอน: 4.6 เปอร์เซ็นต์
  • ข้อสังเกต: เป็นย่านสำนักงาน ค่าเช่าสูงแต่ราคาห้องสูงกว่าตามสัดส่วน

ทองหล่อ

ทองหล่อเป็นย่านที่ผู้เช่าต่างชาติและครอบครัวมักอยู่กันยาว อัตราห้องว่างจึงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเมือง ผู้ลงทุนที่ดูคอนโดขายย่านทองหล่อจึงมองที่ความนิ่งของรายได้มากกว่าตัวเลขผลตอบแทนที่สูงที่สุด

  • ผลตอบแทนขั้นต้นสตูดิโอ: 3.4 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 1 ห้องนอน: 4.0 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 2 ห้องนอน: 4.5 เปอร์เซ็นต์
  • ข้อสังเกต: อัตราห้องว่างต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเมือง แต่ผลตอบแทนขั้นต้นต่ำกว่าทำเลรอบนอกชัดเจน

พร้อมพงษ์

  • ผลตอบแทนขั้นต้นสตูดิโอ: 3.4 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 1 ห้องนอน: 3.9 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 2 ห้องนอน: 4.2 เปอร์เซ็นต์
  • ข้อสังเกต: ผู้เช่าเป็นครอบครัวต่างชาติเป็นหลัก สัญญามักยาวกว่าและดูแลห้องดีกว่า

อโศก

อโศกเป็นจุดเชื่อมระหว่างรถไฟฟ้าสองระบบ ห้องจึงหาผู้เช่าได้เร็วกว่าทำเลอื่นในกลุ่มเดียวกัน คนที่กำลังดูคอนโดขายย่านอโศกมักแลกผลตอบแทนที่ต่ำลงกับระยะเวลาห้องว่างที่สั้นกว่า

  • ผลตอบแทนขั้นต้นสตูดิโอ: 3.3 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 1 ห้องนอน: 3.8 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 2 ห้องนอน: 4.4 เปอร์เซ็นต์
  • ข้อสังเกต: หาผู้เช่าได้เร็วกว่าทำเลอื่นในชุดนี้ แต่ต้องแลกด้วยผลตอบแทนที่ต่ำลง

ริมแม่น้ำ

  • ผลตอบแทนขั้นต้นสตูดิโอ: 3.2 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 1 ห้องนอน: 3.7 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 2 ห้องนอน: 4.3 เปอร์เซ็นต์
  • ข้อสังเกต: ราคาต่อตารางเมตรสูงจากวิวและตำแหน่ง แต่ค่าเช่าไม่ได้ขึ้นตามในสัดส่วนเดียวกัน

เพลินจิตและชิดลม

เพลินจิตและชิดลมเป็นทำเลใจกลางเมืองที่ราคาต่อตารางเมตรสูงตามตำแหน่งและวิว ผู้ที่มองหาคอนโดขายย่านเพลินจิตส่วนใหญ่จึงให้น้ำหนักกับการรักษามูลค่าในระยะยาวมากกว่ากระแสเงินสดรายเดือน

  • ผลตอบแทนขั้นต้นสตูดิโอ: 2.7 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 1 ห้องนอน: 3.3 เปอร์เซ็นต์
  • ผลตอบแทนขั้นต้น 2 ห้องนอน: 3.7 เปอร์เซ็นต์
  • ข้อสังเกต: ต่ำที่สุดในชุดข้อมูลนี้ ผู้ซื้อกลุ่มนี้มักมองที่การรักษามูลค่ามากกว่ากระแสเงินสด

สิ่งที่อ่านได้จากชุดนี้และมักขัดกับความเข้าใจเดิม คือห้อง 2 ห้องนอนให้ผลตอบแทนขั้นต้นสูงกว่าสตูดิโอในทุกย่านของชุดข้อมูลนี้ ส่วนต่างอยู่ที่ราว 1 ถึง 1.5 จุด เหตุผลคือราคาต่อตารางเมตรของห้องใหญ่มักต่ำกว่าห้องเล็ก ขณะที่ค่าเช่ายังปรับขึ้นตามพื้นที่ได้พอสมควร

ทำเลไหนผลตอบแทนสูงแต่ความเสี่ยงสูงตามไปด้วย

ผลตอบแทนขั้นต้นที่สูงไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอไป ตัวเลขที่สูงมักมาพร้อมความเสี่ยงที่ไม่ปรากฏในสูตร

อุปทานใหม่ที่กำลังเข้าตลาดและอัตราห้องว่าง

ทำเลรอบนอกที่ให้ผลตอบแทนสูงมักเป็นทำเลที่มีที่ดินเหลือให้พัฒนา แปลว่าจะมีห้องใหม่เข้าตลาดต่อเนื่อง เมื่ออุปทานเพิ่มเร็วกว่าความต้องการ ผู้เช่าจะมีทางเลือกมากขึ้นและค่าเช่าจะขึ้นได้ยาก รายงานของ liveinrent.com ระบุว่าคอนโดทั่วไปปรับค่าเช่าขึ้นราว 2 ถึง 4 เปอร์เซ็นต์เทียบปีก่อน ขณะที่ห้องตกแต่งครบระดับพรีเมียมปรับขึ้น 3 ถึง 6 เปอร์เซ็นต์

วิธีตรวจก่อนซื้อคือเดินดูรอบโครงการในรัศมี 1 กิโลเมตร นับจำนวนไซต์ก่อสร้างที่กำลังขึ้น แล้วถามฝ่ายขายของโครงการเหล่านั้นว่าจะส่งมอบปีไหน ถ้าห้องใหม่หลายพันยูนิตจะเข้าตลาดในปีเดียวกับที่คุณเริ่มปล่อยเช่า ควรตั้งอัตราห้องว่างไว้สูงกว่าค่าเฉลี่ย

ทำเลที่พึ่งผู้เช่ากลุ่มเดียว

ทำเลรอบมหาวิทยาลัยพึ่งนักศึกษา ทำเลรอบนิคมอุตสาหกรรมพึ่งพนักงานโรงงาน เมื่อกลุ่มเดียวนั้นสะดุด ห้องทั้งย่านจะว่างพร้อมกัน ต่างจากทำเลที่มีผู้เช่าหลายกลุ่มซึ่งกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่า ก่อนตัดสินใจ ควรถามตัวเองว่าถ้ากลุ่มผู้เช่าหลักหายไปครึ่งหนึ่ง ยังมีใครมาเช่าห้องนี้ได้อีก

ห้องแบบไหนในทำเลนั้นปล่อยเช่าได้จริง

เลือกทำเลถูกแล้วยังเลือกห้องผิดได้ ห้องที่ปล่อยเช่ายากมักมีลักษณะร่วมกันไม่กี่อย่าง

ขนาดห้องและจำนวนห้องนอน

ตลาดห้องเช่า 1 ห้องนอนในกรุงเทพมีคู่แข่งมากกว่าห้อง 2 ห้องนอน ห้องของคุณจึงต้องมีอะไรที่ต่างออกไปจึงจะถูกเลือก

กฎกระทรวง ฉบับที่ 55 พ.ศ. 2543 กำหนดพื้นที่ขั้นต่ำของหน่วยในอาคารอยู่อาศัยรวมไว้ไม่น้อยกว่า 20 ตารางเมตร และห้องนอนไม่น้อยกว่า 8 ตารางเมตร โดยด้านแคบที่สุดไม่น้อยกว่า 2.50 เมตร ห้องที่อยู่ติดขั้นต่ำเหล่านี้มักปล่อยเช่ายากเมื่อมีตัวเลือกอื่นในราคาใกล้กัน

ชั้น ทิศ และการตกแต่ง

ห้องทิศตะวันตกรับแดดบ่ายเต็มที่ตลอดปี เพราะช่วงกันยายนถึงเมษายนดวงอาทิตย์อ้อมใต้ และช่วงพฤษภาคมถึงสิงหาคมอ้อมเหนือเล็กน้อย ผู้เช่าที่อยู่บ้านช่วงบ่ายจะรู้สึกถึงค่าไฟทันที ส่วนห้องชั้นล่างที่หันเข้าถนนใหญ่มักถูกต่อรองค่าเช่าลงจากเรื่องเสียง

เรื่องการตกแต่ง ข้อมูลของ liveinrent.com ชี้ว่าห้องตกแต่งครบระดับพรีเมียมปรับค่าเช่าขึ้นได้ 3 ถึง 6 เปอร์เซ็นต์ต่อปี สูงกว่าคอนโดทั่วไปที่ 2 ถึง 4 เปอร์เซ็นต์ การลงทุนเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าจึงมีผลกับทั้งค่าเช่าและระยะเวลาที่ห้องว่าง

นักลงทุนมือใหม่มักลืมคิดค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

รายการด้านล่างคือค่าใช้จ่ายที่ไม่ค่อยปรากฏในสูตรผลตอบแทนที่เห็นตามเว็บ แต่เกิดขึ้นจริงทุกราย

รายการค่าใช้จ่ายรายละเอียด
ดอกเบี้ยหลังปีที่ 3อัตราโปรโมชันเฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 2.55 ถึง 3.55 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ตามตารางเทียบ 8 ธนาคารของ AP Thai อัปเดต 2 กรกฎาคม 2569 หลังจากนั้นจะอ้างอิง MRR ซึ่งอยู่ที่ 6.045 ถึง 7.105 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ค่างวดที่เพิ่มขึ้นกินกระแสเงินสดจากค่าเช่าได้ทั้งก้อน
ภาษีธุรกิจเฉพาะตอนขายต่ออัตรา 3.3 เปอร์เซ็นต์ของราคาขายหรือราคาประเมิน แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า เมื่อถือครองไม่ถึง 5 ปี ถ้าเข้าเงื่อนไขยกเว้นจะเสียอากรแสตมป์ 0.5 เปอร์เซ็นต์แทน
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบ้านหลังอื่นที่ไม่ใช่หลังหลักเสียตั้งแต่บาทแรกที่อัตรา 0.02 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็น 600 บาทต่อปีจากฐาน 3,000,000 บาท
ค่าส่วนกลางระหว่างที่ห้องว่างยังต้องจ่ายตามปกติแม้ไม่มีผู้เช่า และห้องที่ค้างค่าส่วนกลางจะโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้จนกว่าจะมีหนังสือรับรองการปลอดหนี้
ค่าซ่อมและค่าเปลี่ยนของระหว่างผู้เช่าเครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น และเครื่องซักผ้าเป็นสามรายการที่พังบ่อยที่สุดและเจ้าของต้องรับผิดชอบ
ค่านายหน้าและค่าการตลาดต่อรอบการเช่าเป็นค่าใช้จ่ายตามที่ตกลงกัน และเกิดใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนผู้เช่า

เงื่อนไขที่ช่วยลดต้นทุนฝั่งซื้ออยู่ตอนนี้คือมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 ที่ต่ออายุการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนโอนจาก 2 เปอร์เซ็นต์เหลือ 0.01 เปอร์เซ็นต์ และค่าจดทะเบียนจำนองจาก 1 เปอร์เซ็นต์เหลือ 0.01 เปอร์เซ็นต์ ถึง 30 มิถุนายน 2570 โดยมีเพดานราคาซื้อขายและราคาประเมินไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา สำหรับผู้ซื้อที่เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย และต้องจดทะเบียนโอนกับจำนองในคราวเดียวกัน ในตัวอย่างห้อง 3,000,000 บาทที่กู้ 2,700,000 บาท ค่าธรรมเนียมรวมจะอยู่ที่ 570 บาท จากอัตราปกติที่ 87,000 บาท

ด้านวงเงินกู้ ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศเมื่อ 14 พฤษภาคม 2569 ต่ออายุการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ให้ปล่อยกู้ได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าหลักประกัน มีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2570 ตัวเลขนี้เป็นเพดานตามเกณฑ์กำกับ ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะได้รับอนุมัติเต็มวงเงิน

ใครเหมาะกับการลงทุนแบบนี้ และใครยังไม่เหมาะ

การซื้อคอนโดปล่อยเช่าเหมาะกับคนที่มีเงินสดสำรองพอจ่ายค่างวดและค่าส่วนกลางได้อย่างน้อย 6 เดือนโดยไม่มีค่าเช่าเข้ามาเลย เหมาะกับคนที่มองผลตอบแทนเป็นกระแสเงินสดระยะยาว ไม่ใช่กำไรจากการขายต่อในเวลาสั้น และเหมาะกับคนที่ยอมรับได้ว่าจะต้องรับสายผู้เช่าเรื่องแอร์เสียตอนสามทุ่ม

ยังไม่เหมาะกับคนที่ต้องใช้ค่าเช่ามาจ่ายค่างวดให้ครบทุกเดือนโดยไม่มีส่วนต่าง เพราะเดือนที่ห้องว่างจะกลายเป็นปัญหาทันที และยังไม่เหมาะกับคนที่ตั้งใจขายต่อภายใน 5 ปี เพราะภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3 เปอร์เซ็นต์จะกินส่วนต่างที่สะสมมาไปเกือบทั้งหมด

ถ้าอยากเริ่มจากการดูของจริง ลองเปิดดู คอนโดให้เช่าในกรุงเทพ บน PropertyScout เพื่อดูว่าห้องแบบที่คุณคิดจะซื้อนั้นตอนนี้มีคนปล่อยเช่าอยู่กี่ห้องและตั้งราคาเท่าไหร่ แล้วเทียบกับ คอนโดขายในกรุงเทพ เพื่อดูราคาห้องที่ประกาศอยู่จริง ส่วนวิธีคำนวณแบบละเอียดอ่านได้ที่ คู่มือ Rental Yield ของ PropertyScout และเงื่อนไขการกู้อ่านได้ที่ คู่มือเงื่อนไขการกู้บ้านและคอนโด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการซื้อคอนโดปล่อยเช่า

ซื้อคอนโดปล่อยเช่าทำเลไหนให้ผลตอบแทนสูงที่สุด

จากข้อมูลปี 2569 ที่ตรวจสอบได้ ทำเลรอบนอกบนแนวรถไฟฟ้าให้ผลตอบแทนขั้นต้นสูงที่สุด กลุ่มอ่อนนุช อุดมสุข ลาดพร้าว และบางนา อยู่ที่ราว 4.0 ถึง 5.9 เปอร์เซ็นต์ ตาม bambooroutes.com ปรับปรุง 8 พฤษภาคม 2569 ส่วนรังสิตและธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตอยู่ที่ 6 ถึง 7 เปอร์เซ็นต์ ตาม myproperty.in.th เผยแพร่ 3 มิถุนายน 2569 ขณะที่ทำเลใจกลางเมืองอย่างเพลินจิตและชิดลมอยู่ที่ 2.7 ถึง 3.7 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าอ้างอิงของตลาด ไม่ใช่คำสัญญาว่าห้องที่คุณซื้อจะได้เท่านี้

Rental Yield เท่าไหร่ถึงเรียกว่าคุ้ม

คู่มือ Rental Yield ของ PropertyScout แนะนำให้ตั้งเป้าที่ 6 ถึง 8 เปอร์เซ็นต์ต่อปี และถ้ากู้ธนาคาร ควรให้ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ราว 2 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ค่าเฉลี่ยตลาดกรุงเทพที่ myproperty.in.th รายงานอยู่ที่ 4 ถึง 6 เปอร์เซ็นต์ ส่วนต่างนี้แปลว่าเกณฑ์ 6 ถึง 8 เปอร์เซ็นต์เป็นเป้าหมายที่ต้องเลือกห้องดีจึงจะถึง ไม่ใช่ค่าที่ได้ทั่วไป

ควรคำนวณจากผลตอบแทนขั้นต้นหรือผลตอบแทนสุทธิ

ใช้ผลตอบแทนขั้นต้นเพื่อคัดกรองและเทียบข้ามทำเลอย่างรวดเร็ว แล้วใช้ผลตอบแทนสุทธิเพื่อตัดสินใจจริง จากตัวอย่างในบทความนี้ ห้อง 3,000,000 บาท ค่าเช่า 12,000 บาทต่อเดือน มีผลตอบแทนขั้นต้น 4.8 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อหักค่าส่วนกลาง ภาษี และห้องว่าง 1 เดือนแล้ว เหลือราว 3.7 เปอร์เซ็นต์

ห้องกี่ห้องนอนปล่อยเช่าได้ผลตอบแทนดีกว่ากัน

ตามชุดข้อมูลของ bambooroutes.com ห้อง 2 ห้องนอนให้ผลตอบแทนขั้นต้นสูงกว่าสตูดิโอในทุกย่านที่รายงาน ส่วนต่างอยู่ที่ราว 1 ถึง 1.5 จุด แต่ห้อง 2 ห้องนอนใช้เงินลงทุนต่อยูนิตสูงกว่าและมีกลุ่มผู้เช่าแคบกว่า จึงควรดูควบคู่กับจำนวนคู่แข่งในทำเลนั้น

ควรตั้งอัตราห้องว่างไว้เท่าไหร่ในการคำนวณ

รายงานตลาดห้องเช่าไทยปี 2569 ของ liveinrent.com ระบุอัตราห้องว่างของกรุงเทพโดยรวมไว้ที่ 8 ถึง 12 เปอร์เซ็นต์ และทำเลพรีเมียมที่ 5 ถึง 8 เปอร์เซ็นต์ ในทางปฏิบัติ การตั้งไว้ที่ห้องว่าง 1 เดือนต่อปี ซึ่งเท่ากับ 8.3 เปอร์เซ็นต์ เป็นสมมติฐานที่ใช้ได้กับทำเลทั่วไป และควรตั้งสูงกว่านั้นถ้าย่านนั้นมีห้องใหม่กำลังจะเข้าตลาด

สรุป

ถ้าจะสรุปเป็นประโยคเดียว ทำเลที่ให้ผลตอบแทนสูงคือทำเลที่ราคาห้องยังตามหลังค่าเช่าอยู่ ซึ่งในปี 2569 หมายถึงย่านรอบนอกบนแนวรถไฟฟ้ามากกว่าย่านใจกลางเมือง แต่ตัวเลขรายย่านเป็นแค่จุดตั้งต้น สิ่งที่ตัดสินผลจริงคือราคาที่คุณซื้อได้ ค่าเช่าที่ห้องนั้นเรียกได้ และจำนวนเดือนที่ห้องว่าง

ขั้นตอนที่ทำได้ทันทีมีสามข้อ ข้อแรกคือเลือกทำเลสองถึงสามแห่งจากบทความนี้ ข้อที่สองคือเปิดดูค่าเช่าจริงของห้องแบบเดียวกันในทำเลนั้นเพื่อหาค่าเช่าเทียบเคียง ข้อที่สามคือแทนค่าลงในสูตรผลตอบแทนสุทธิพร้อมตั้งห้องว่างไว้ 1 เดือนต่อปี ถ้าตัวเลขที่ได้ยังสูงกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ที่คุณจะได้จริง 2 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ ห้องนั้นถึงจะน่าพิจารณาต่อ

Browse verified listings บน PropertyScout เพื่อเทียบค่าเช่าและราคาห้องในทำเลที่คุณสนใจ

ราคาและความพร้อมของทรัพย์เปลี่ยนแปลงได้ ไม่มีการรับประกัน ข้อมูลทรัพย์เป็นแนวทางทั่วไปเท่านั้น เนื้อหานี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ภาษี หรือการเงิน ตัวเลขผลตอบแทนที่อ้างถึงเป็นค่าอ้างอิงของตลาดจากแหล่งที่ระบุไว้ ไม่ใช่คำสัญญาว่าผลตอบแทนจริงจะออกมาเท่านี้

FAQs

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Suspendisse varius enim in eros elementum tristique.

Explore More Topics

Free real estate resources and tips on how to capitalise