ค่าน้ำค่าไฟคอนโดคิดยังไง ทำไมแพงกว่าบ้าน

ค่าน้ำค่าไฟคอนโดคิดยังไง ทำไมแพงกว่าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟคอนโดคิดยังไง ทำไมแพงกว่าบ้าน

In Short

Advice

บิลค่าน้ำและบิลค่าไฟในทางเดินคอนโด ข้างมิเตอร์ไฟฟ้าย่อยหน้าประตูห้อง

Key Highlights

  • คอนโดส่วนใหญ่ถูกการประปานครหลวงจัดเป็นผู้ใช้น้ำกลุ่มธุรกิจ ไม่ใช่กลุ่มที่พักอาศัย อัตราจึงเริ่มที่ 9.50 บาทต่อลูกบาศก์เมตร แทนที่จะเป็น 8.50 บาทต่อลูกบาศก์เมตรแบบบ้าน
  • ค่าไฟมีเพดานที่อ้างอิงได้ที่ 4.88 บาทต่อหน่วย สำหรับผู้ประกอบธุรกิจให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา พ.ศ. 2568
  • ค่าน้ำที่นิติบุคคลอาคารชุดเรียกเก็บจากเจ้าของร่วมไม่มีเพดานตามกฎหมาย ทางแก้จึงอยู่ที่ที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม ไม่ใช่ที่หน่วยงานรัฐ
  • ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยงวดกันยายนถึงธันวาคม 2569 อยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ตามมติคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานเมื่อ 22 กรกฎาคม 2569
  • มาตรการ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาทที่เริ่มบิลเดือนกันยายน 2569 ผูกกับมิเตอร์ของการไฟฟ้า คนที่จ่ายผ่านนิติบุคคลหรือผ่านเจ้าของห้องจึงไม่ได้สิทธินี้โดยอัตโนมัติ

ค่าน้ำค่าไฟคอนโดคิดยังไง คำตอบสั้น ๆ ก่อนลงรายละเอียด

คำถามที่คนอยู่คอนโดถามบ่อยที่สุดคือ ค่าน้ำค่าไฟคอนโดคิดยังไง แพงกว่าบ้านไหม คำตอบคือแพงกว่าจริงในกรณีส่วนใหญ่ และเหตุผลไม่ได้อยู่ที่คนในคอนโดใช้น้ำใช้ไฟมากกว่า แต่อยู่ที่ว่าใครเป็นคู่สัญญากับการประปาและการไฟฟ้า

บ้านเดี่ยวหนึ่งหลังเป็นผู้ใช้รายหนึ่งราย จ่ายตามอัตราที่พักอาศัยตรงกับหน่วยงาน ส่วนคอนโดจำนวนมากมีมิเตอร์ใหญ่ตัวเดียวในชื่อของอาคาร แล้วนิติบุคคลหรือเจ้าของห้องเป็นคนแบ่งบิลต่อให้ผู้อยู่อาศัยอีกทอด การมีคนกลางหนึ่งชั้นนี้เปลี่ยนทั้งอัตราที่ใช้คำนวณและเปลี่ยนว่าใครเป็นคนกำกับดูแล

บทความนี้แยกสองเรื่องออกจากกันให้ชัด เพราะค่าไฟกับค่าน้ำในคอนโดอยู่คนละระบบกำกับ ค่าไฟมีเพดานและมีหน่วยงานรับเรื่อง ส่วนค่าน้ำไม่มีทั้งสองอย่าง คนที่รู้ความต่างข้อนี้จะเลือกช่องทางร้องเรียนได้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก

คอนโดคิดค่าไฟต่างจากบ้านตรงไหน

การไฟฟ้านครหลวงแบ่งผู้ใช้ไฟออกเป็นหลายประเภท และประเภทที่ใช้กับห้องชุดขึ้นอยู่กับว่ามิเตอร์เป็นของใคร

อัตราบ้านอยู่อาศัยที่ใช้เมื่อมิเตอร์อยู่ในชื่อผู้อยู่อาศัยเอง

อัตราประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัยเป็นอัตราก้าวหน้า ยิ่งใช้มากยิ่งจ่ายต่อหน่วยแพงขึ้น และยังแยกย่อยตามปริมาณการใช้ต่อเดือนอีกชั้นหนึ่ง

ระดับการใช้ไฟต่อเดือนอัตราค่าพลังงานไฟฟ้าและค่าบริการ
ใช้ไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือนหน่วยที่ 1 ถึง 15 อยู่ที่ 2.3488 บาทต่อหน่วย หน่วยที่ 16 ถึง 25 อยู่ที่ 2.9882 บาทต่อหน่วย หน่วยที่ 26 ถึง 35 อยู่ที่ 3.2405 บาทต่อหน่วย หน่วยที่ 36 ถึง 100 อยู่ที่ 3.6237 บาทต่อหน่วย หน่วยที่ 101 ถึง 150 อยู่ที่ 3.7171 บาทต่อหน่วย ค่าบริการรายเดือน 8.19 บาท
ใช้เกิน 150 หน่วยต่อเดือน150 หน่วยแรกอยู่ที่ 3.2484 บาทต่อหน่วย หน่วยที่ 151 ถึง 400 อยู่ที่ 4.2218 บาทต่อหน่วย ตั้งแต่หน่วยที่ 401 ขึ้นไปอยู่ที่ 4.4217 บาทต่อหน่วย ค่าบริการรายเดือน 38.22 บาท
รายการที่ยังไม่รวมในอัตราข้างต้นอัตราข้างต้นเป็นค่าพลังงานไฟฟ้า ยังไม่รวมค่า Ft และภาษีมูลค่าเพิ่ม

เมื่อรวมค่า Ft ค่าบริการ และภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ค่าไฟที่จ่ายจริงของห้องที่มีมิเตอร์ตรงมักตกอยู่ราว 3.93 ถึง 4.26 บาทต่อหน่วย และค่าไฟฟ้าเฉลี่ยของประเทศงวดกันยายนถึงธันวาคม 2569 อยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย โดยมีค่า Ft ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย ตามมติคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานในการประชุมครั้งที่ 29/2569 เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ซึ่งใช้เงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน 16,127.17 ล้านบาทมาตรึงอัตราไว้

อัตรากิจการขนาดเล็กที่ใช้เมื่ออาคารเป็นผู้ซื้อไฟ

เมื่อมิเตอร์ใหญ่อยู่ในชื่ออาคาร ผู้ที่เป็นคู่สัญญากับการไฟฟ้าคือนิติบุคคล ไม่ใช่ผู้อยู่อาศัย และอาคารมักถูกจัดอยู่ในอัตราประเภทที่ 2 กิจการขนาดเล็ก

ขั้นการใช้ไฟอัตรา
150 หน่วยแรก3.2484 บาทต่อหน่วย
หน่วยที่ 151 ถึง 4004.2218 บาทต่อหน่วย
ตั้งแต่หน่วยที่ 401 ขึ้นไป4.4217 บาทต่อหน่วย
ค่าบริการรายเดือน46.16 บาทที่ระดับแรงดันต่ำกว่า 12 กิโลโวลต์ และ 312.24 บาทที่ระดับแรงดัน 12 ถึง 24 กิโลโวลต์

จุดที่ต้องเข้าใจคือ อาคารทั้งหลังใช้ไฟรวมกันเป็นหลักหมื่นหน่วยต่อเดือน ทุกหน่วยที่เกิน 400 จึงถูกคิดที่ 4.4217 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นขั้นบนสุดของตาราง อาคารจึงไม่เคยได้ประโยชน์จากขั้นบันไดราคาถูกแบบที่บ้านหลังเดียวได้ และต้นทุนเฉลี่ยที่อาคารซื้อมาก็สูงกว่าที่ผู้ใช้รายย่อยจะได้ถ้าแยกมิเตอร์เอง

มิเตอร์ตรงกับมิเตอร์ผ่านนิติบุคคลต่างกันอย่างไร

กรณีนิติบุคคลซื้อไฟรวมแล้วเรียกเก็บต่อ

รูปแบบนี้พบมากในอาคารที่มีระบบส่วนกลางขนาดใหญ่ นิติบุคคลจ่ายบิลก้อนเดียวให้การไฟฟ้า แล้วอ่านมิเตอร์ย่อยหน้าห้องเพื่อแบ่งบิลต่อ ต้นทุนที่นิติบุคคลบวกเข้าไปมักมาจากค่าไฟที่หายไปในระบบระหว่างมิเตอร์ใหญ่กับผลรวมของมิเตอร์ย่อย ค่าบำรุงรักษามิเตอร์ และค่าบริหารจัดการการเก็บเงิน

ผลที่ตามมาคือหน่วยละกี่บาทไม่ได้มีคำตอบเดียว สองห้องที่อยู่คนละอาคารแต่ใช้ไฟเท่ากันเป๊ะสามารถจ่ายต่างกันได้ เพราะอาคารหนึ่งแยกมิเตอร์ตรงให้ทุกห้อง ส่วนอีกอาคารหนึ่งใช้มิเตอร์รวม

เพดานอัตราที่เรียกเก็บได้และช่องว่างที่กฎหมายยังไม่ครอบคลุม

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา พ.ศ. 2568 ห้ามผู้ประกอบธุรกิจให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยบวกกำไรจากค่าน้ำและค่าไฟ และเพดานที่ใช้อ้างอิงกันในปี 2569 คือ 4.88 บาทต่อหน่วยเมื่อรวมทุกองค์ประกอบแล้ว ถ้าคุณเป็นผู้เช่าและถูกเก็บเกินกว่านี้ ช่องทางที่ตรงที่สุดคือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สายด่วน 1166

แต่เส้นนี้ใช้กับความสัมพันธ์แบบผู้ให้เช่ากับผู้เช่า ไม่ได้ใช้กับความสัมพันธ์ระหว่างนิติบุคคลอาคารชุดกับเจ้าของร่วม เจ้าของห้องที่อยู่เองและจ่ายค่าน้ำค่าไฟให้นิติบุคคลจึงไม่ได้อยู่ในกรอบเดียวกับผู้เช่า และต้องใช้กลไกของพระราชบัญญัติอาคารชุดผ่านที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมแทน นี่คือความต่างที่คนมักไม่ทันสังเกตจนกระทั่งร้องเรียนผิดช่องทาง

มาตรการ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท คนอยู่คอนโดได้สิทธิไหม

คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติมีมติเมื่อ 15 กรกฎาคม 2569 ให้ค่าไฟหน่วยที่ 1 ถึง 200 ของผู้ใช้ไฟประเภทบ้านอยู่อาศัยลดลงเหลือไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย โดยแยกต้นทุนค่าไฟสาธารณะออกจากบิลของประชาชน และขยายสิทธิให้ครอบคลุมกิจการให้เช่าที่พักอาศัยอย่างบ้านเช่า หอพัก และอพาร์ตเมนต์ด้วย เริ่มมีผลกับบิลเดือนกันยายน 2569

จุดที่ต้องอ่านให้ละเอียดคือ สิทธินี้ผูกกับมิเตอร์ของการไฟฟ้า ไม่ได้ผูกกับตัวคน ห้องที่มีมิเตอร์ตรงในชื่อผู้อยู่อาศัยเองจะได้รับโดยอัตโนมัติและไม่ต้องลงทะเบียน ส่วนห้องที่จ่ายผ่านมิเตอร์ย่อยของนิติบุคคลหรือของเจ้าของห้อง ส่วนลดจะไปตกที่บัญชีของอาคารหรือของเจ้าของก่อน แล้วจึงขึ้นอยู่กับว่าคนกลางส่งต่อให้หรือไม่

ลองแปลงเป็นตัวเงินจะเห็นภาพชัดขึ้น ห้องที่ใช้ไฟ 200 หน่วยต่อเดือนภายใต้อัตราบ้านอยู่อาศัยกรณีใช้เกิน 150 หน่วย จะมีค่าพลังงานอยู่ที่ 150 คูณ 3.2484 บวก 50 คูณ 4.2218 เท่ากับ 698.35 บาท เทียบกับเพดาน 3 บาทต่อหน่วยตามมาตรการซึ่งเท่ากับ 600 บาท ส่วนต่างอยู่ที่ 98.35 บาทต่อเดือน หรือราว 1,180 บาทต่อปี ตัวเลขนี้คำนวณจากค่าพลังงานอย่างเดียว ยังไม่รวมค่า Ft ค่าบริการรายเดือน และภาษีมูลค่าเพิ่ม

สิ่งที่ควรทำคือถามนิติบุคคลตรง ๆ ว่าบิลเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไปได้ปรับอัตราที่เรียกเก็บลงตามมาตรการนี้หรือไม่ และขอให้แสดงวิธีคำนวณให้ดู เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ความต่างระหว่างมิเตอร์ตรงกับมิเตอร์ผ่านคนกลางแปลงเป็นจำนวนเงินที่ชี้ให้เห็นได้

เทียบอัตราค่าน้ำค่าไฟคอนโดกับบ้านทีละรายการ

หัวข้อนี้เรียงข้อมูลชุดเดียวกันทุกรายการ เพื่อให้เทียบข้ามรายการได้โดยไม่ต้องตีความ

ค่าน้ำ อัตราของการประปานครหลวงสำหรับที่พักอาศัย

รายการรายละเอียด
ใครใช้อัตรานี้บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และห้องชุดที่มีมาตรวัดน้ำในชื่อผู้อยู่อาศัยเอง
อัตราเริ่มต้น8.50 บาทต่อลูกบาศก์เมตร สำหรับปริมาณ 0 ถึง 30 ลูกบาศก์เมตร
อัตราขั้นบนสุด14.45 บาทต่อลูกบาศก์เมตร สำหรับปริมาณเกิน 200 ลูกบาศก์เมตร
ค่าบริการรายเดือน25 บาทสำหรับมาตรขนาดครึ่งนิ้ว และเพิ่มขึ้นตามขนาดมาตรจนถึง 5,000 บาทสำหรับมาตรขนาด 16 นิ้ว
ผู้กำกับดูแลการประปานครหลวง อัตราไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

ค่าน้ำ อัตราของการประปานครหลวงสำหรับกลุ่มธุรกิจซึ่งครอบคลุมอาคารชุด

รายการรายละเอียด
ใครใช้อัตรานี้อาคารชุดที่ใช้มาตรวัดน้ำรวมของอาคาร ซึ่งถูกจัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจ ราชการ รัฐวิสาหกิจ และอุตสาหกรรม
อัตราเริ่มต้น9.50 บาทต่อลูกบาศก์เมตร และมีค่าขั้นต่ำ 90 บาท
อัตราขั้นบนสุด15.81 บาทต่อลูกบาศก์เมตร
ค่าบริการรายเดือนคิดตามขนาดมาตรวัดน้ำเช่นเดียวกัน ซึ่งอาคารมักใช้มาตรขนาดใหญ่จึงเสียค่าบริการสูงกว่าบ้าน
ผู้กำกับดูแลการประปานครหลวง อัตราไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

ค่าน้ำ อัตราที่นิติบุคคลเรียกเก็บจากผู้อยู่อาศัยจริง

รายการรายละเอียด
ใครใช้อัตรานี้ผู้อยู่อาศัยในอาคารที่นิติบุคคลเป็นผู้อ่านมิเตอร์ย่อยและออกบิลเอง
อัตราที่พบในกรุงเทพราว 10 ถึง 25 บาทต่อหน่วย
อัตราที่พบในบางจังหวัดราว 30 ถึง 40 บาทต่อหน่วย ในพื้นที่ที่ต้นทุนน้ำสูงกว่า
ส่วนที่บวกเพิ่มค่าไฟของปั๊มส่งน้ำขึ้นถังบนดาดฟ้า ค่าบำรุงรักษาท่อและมาตรวัด ค่าน้ำที่ใช้กับพื้นที่ส่วนกลาง และค่าบำบัดน้ำเสีย
ผู้กำกับดูแลไม่มีหน่วยงานใดกำหนดเพดาน กรมที่ดิน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และกรุงเทพมหานคร ต่างระบุว่าเรื่องนี้ไม่อยู่ในอำนาจของตน

ค่าไฟ อัตราที่จ่ายจริงเมื่อมีมิเตอร์ตรง

รายการรายละเอียด
ใครใช้อัตรานี้ห้องชุดที่มีมิเตอร์ของการไฟฟ้าอยู่ในชื่อผู้อยู่อาศัยเอง
อัตราที่จ่ายจริงเมื่อรวมทุกองค์ประกอบราว 3.93 ถึง 4.26 บาทต่อหน่วย
ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยงวดกันยายนถึงธันวาคม 25693.95 บาทต่อหน่วย
สิทธิตามมาตรการ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาทได้รับโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องลงทะเบียน
ผู้กำกับดูแลคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและการไฟฟ้านครหลวง

ค่าไฟ อัตราที่จ่ายเมื่อผ่านคนกลาง

รายการรายละเอียด
ใครใช้อัตรานี้ห้องชุดที่นิติบุคคลหรือเจ้าของห้องเป็นผู้อ่านมิเตอร์ย่อยและออกบิลเอง
เพดานที่อ้างอิงได้4.88 บาทต่อหน่วยเมื่อรวมทุกองค์ประกอบ ในกรณีที่คู่สัญญาเป็นผู้ประกอบธุรกิจให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย
ฐานทางกฎหมายประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา พ.ศ. 2568 ซึ่งห้ามบวกกำไรจากค่าน้ำและค่าไฟ
สิทธิตามมาตรการ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาทไม่ได้รับโดยอัตโนมัติ ต้องให้คนกลางส่งต่อ
ผู้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สายด่วน 1166 สำหรับกรณีผู้เช่า และที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมสำหรับกรณีเจ้าของห้อง

อ่านห้ารายการนี้ต่อกันจะเห็นข้อสรุปที่ใช้ได้ทันที ค่าไฟมีเส้นให้ยึดและมีคนรับเรื่อง ส่วนค่าน้ำไม่มีทั้งสองอย่าง คำถามที่ควรถามก่อนเซ็นสัญญาหรือก่อนโอนจึงไม่ใช่แค่หน่วยละกี่บาท แต่คือมิเตอร์อยู่ในชื่อใคร

ค่าน้ำค่าไฟต่อเดือนของห้องแต่ละขนาด ประเมินอย่างไรให้ใกล้จริง

ตัวเลขที่ตรวจสอบได้และเผยแพร่ไว้ครอบคลุมเฉพาะห้อง 1 ห้องนอนในกรุงเทพ ส่วนสตูดิโอกับ 2 ห้องนอนยังไม่มีชุดข้อมูลที่อ้างอิงได้ตรง หัวข้อนี้จึงให้ทั้งค่าที่มีแหล่งอ้างอิงและวิธีคำนวณเอง แทนการเดาตัวเลขให้

ห้อง 1 ห้องนอน ซึ่งเป็นขนาดที่มีข้อมูลเผยแพร่

รายการรายละเอียด
ค่าไฟต่อเดือนราว 2,000 ถึง 4,000 บาท
ค่าน้ำต่อเดือนราว 150 ถึง 350 บาท
รวมค่าสาธารณูปโภคต่อเดือนราว 2,500 ถึง 5,000 บาท
สัดส่วนที่มาจากค่าไฟราว 70 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของยอดรวม
ที่มาและวันที่ข้อมูลของ Superagent เผยแพร่ 13 สิงหาคม 2567 จึงควรใช้เป็นกรอบ ไม่ใช่ค่าปัจจุบันที่เป๊ะ

วิธีคำนวณค่าไฟแอร์ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นก้อนที่ใหญ่ที่สุด

สูตรคือ BTU หารด้วยค่า SEER หารด้วย 1,000 คูณจำนวนชั่วโมงที่เปิดต่อวัน คูณจำนวนวัน คูณค่าไฟต่อหน่วย

ตัวอย่าง แอร์ 12,000 BTU ค่า SEER 20 เปิดวันละ 8 ชั่วโมง 30 วัน ที่อัตรา 3.95 บาทต่อหน่วย จะได้ 12,000 หารด้วย 20 หารด้วย 1,000 เท่ากับ 0.6 กิโลวัตต์ คูณ 8 ชั่วโมง คูณ 30 วัน เท่ากับ 144 หน่วย คูณ 3.95 บาท เท่ากับ 568.80 บาทต่อเดือน

ถ้าอาคารเรียกเก็บที่เพดาน 4.88 บาทต่อหน่วย ค่าไฟแอร์ก้อนเดียวกันจะกลายเป็น 702.72 บาทต่อเดือน ต่างกัน 133.92 บาทต่อเดือน หรือราว 1,607 บาทต่อปี จากการใช้งานที่เท่ากันทุกประการ

วิธีประเมินค่าน้ำด้วยตัวเอง

อ่านมิเตอร์น้ำหน้าห้องสองครั้งห่างกัน 30 วัน แล้วนำผลต่างเป็นลูกบาศก์เมตรไปคูณกับอัตราที่นิติบุคคลระบุไว้ในบิล ถ้าผลที่ได้ไม่ตรงกับยอดในบิล ส่วนต่างนั้นคือค่าบริการหรือค่าส่วนกลางที่ถูกรวมเข้ามา ให้ขอรายละเอียดว่าคิดจากอะไร

เช็คอย่างไรว่าถูกเรียกเก็บเกินจริง

ทำห้าขั้นนี้ตามลำดับ ใช้เวลารวมไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง และได้ข้อสรุปที่ใช้คุยกับนิติบุคคลได้จริง

  • ขั้นที่ 1 ดูบิลว่าระบุจำนวนหน่วยที่ใช้ อัตราต่อหน่วย และค่าบริการแยกกันหรือไม่ บิลที่บอกแค่ยอดรวมเป็นสัญญาณแรกที่ควรขอรายละเอียดเพิ่ม
  • ขั้นที่ 2 หารยอดค่าไฟทั้งบิลด้วยจำนวนหน่วยที่ใช้ ถ้าได้เกิน 4.88 บาทต่อหน่วยและคุณเป็นผู้เช่า ให้ขอคำอธิบายเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ขั้นที่ 3 ถามว่ามิเตอร์ของห้องคุณเป็นมิเตอร์ของการไฟฟ้าโดยตรงหรือเป็นมิเตอร์ย่อยของอาคาร คำตอบข้อนี้กำหนดว่าคุณอยู่ใต้กรอบไหน
  • ขั้นที่ 4 ถามว่ามาตรการ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาทที่เริ่มบิลกันยายน 2569 ถูกส่งต่อมาถึงห้องหรือยัง และถ้ายัง เพราะเหตุใด
  • ขั้นที่ 5 ถ้าเป็นผู้เช่าและยังไม่ได้คำตอบ ให้ติดต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สายด่วน 1166 ถ้าเป็นเจ้าของร่วม ให้เสนอเป็นวาระเข้าที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม เพราะไม่มีหน่วยงานใดกำหนดเพดานค่าน้ำให้

เก็บบิลย้อนหลังอย่างน้อยหกเดือนไว้ก่อนเริ่มคุย เพราะข้อโต้แย้งที่มีชุดตัวเลขต่อเนื่องรองรับได้ผลมากกว่าการยกบิลเดือนเดียวมาถาม

6 วิธีลดค่าไฟในคอนโดที่ได้ผลจริง

ทั้งหกข้อนี้เรียงจากข้อที่ให้ผลมากที่สุดลงมา และเลือกเฉพาะข้อที่ทำได้ในห้องชุดโดยไม่ต้องดัดแปลงโครงสร้างซึ่งกระทบทรัพย์ส่วนกลาง

  • ตั้งอุณหภูมิแอร์ที่ 26 องศาเซลเซียสแล้วใช้พัดลมช่วยหมุนเวียนอากาศ เพราะแอร์เป็นก้อนที่ใหญ่ที่สุดของบิล การขยับอุณหภูมิขึ้นจึงเห็นผลเร็วกว่าการไปประหยัดที่อุปกรณ์อื่น
  • ล้างแผ่นกรองแอร์ทุกเดือนและล้างใหญ่ปีละสองครั้ง แผ่นกรองที่ตันทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานนานขึ้นเพื่อให้ได้อุณหภูมิเดิม
  • ปิดม่านหรือติดฟิล์มกันความร้อนในด้านที่รับแดดบ่าย เพราะทิศตะวันตกเป็นทิศที่ร้อนที่สุดในไทย ให้ตรวจข้อบังคับของนิติบุคคลก่อนติดฟิล์ม เพราะบางอาคารกำหนดชนิดและสีของฟิล์มไว้เพื่อความสม่ำเสมอของหน้าตาอาคาร
  • ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีหน้าจอหรือรีโมตเมื่อไม่ใช้ กลุ่มนี้กินไฟตลอดเวลาแม้อยู่ในสถานะรอทำงาน
  • เปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED ทั้งห้อง และเลือกกำลังไฟที่พอดีกับพื้นที่จริง ห้องขนาด 30 ตารางเมตรไม่จำเป็นต้องใช้กำลังไฟเท่ากับบ้านทั้งหลัง
  • เลือกแอร์ที่มีค่า SEER สูงเมื่อถึงรอบเปลี่ยนเครื่อง แอร์ระบบอินเวอร์เตอร์ประหยัดกว่าราว 30 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ และคุ้มขึ้นตามชั่วโมงการใช้งานต่อวัน

สิ่งที่ไม่ควรคาดหวังคือการลดค่าน้ำด้วยพฤติกรรมส่วนตัว เพราะสัดส่วนที่มาจากพื้นที่ส่วนกลางถูกเฉลี่ยมาแล้ว การลดค่าน้ำที่ได้ผลจริงคือการทำให้อัตราต่อหน่วยของทั้งอาคารลดลง ซึ่งต้องผ่านที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าน้ำค่าไฟคอนโด

ค่าน้ำค่าไฟคอนโดคิดยังไง แพงกว่าบ้านไหม

แพงกว่าในกรณีส่วนใหญ่ ค่าน้ำแพงกว่าเพราะอาคารชุดที่ใช้มาตรวัดน้ำรวมถูกจัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจซึ่งเริ่มที่ 9.50 บาทต่อลูกบาศก์เมตร แทนที่จะเป็น 8.50 บาทต่อลูกบาศก์เมตรของกลุ่มที่พักอาศัย และเมื่อนิติบุคคลบวกต้นทุนการจัดการเข้าไป อัตราที่เรียกเก็บจริงในกรุงเทพจะอยู่ราว 10 ถึง 25 บาทต่อหน่วย ส่วนค่าไฟแพงกว่าเมื่อจ่ายผ่านคนกลาง เพราะห้องที่มีมิเตอร์ตรงจ่ายจริงราว 3.93 ถึง 4.26 บาทต่อหน่วย ขณะที่เพดานของการเรียกเก็บผ่านคนกลางอยู่ที่ 4.88 บาทต่อหน่วย

ค่าไฟคอนโดหน่วยละกี่บาทถึงเรียกว่าเกิน

ถ้าคุณเป็นผู้เช่าและคู่สัญญาเป็นผู้ประกอบธุรกิจให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย เกิน 4.88 บาทต่อหน่วยเมื่อรวมทุกองค์ประกอบแล้วถือว่าเกินเส้นที่อ้างอิงได้ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา พ.ศ. 2568 วิธีตรวจที่ง่ายที่สุดคือนำยอดค่าไฟทั้งบิลหารด้วยจำนวนหน่วยที่ใช้ในเดือนนั้น

นิติบุคคลคิดค่าน้ำแพงมาก ร้องเรียนที่ไหนได้

สำหรับค่าน้ำยังไม่มีหน่วยงานใดกำหนดเพดานไว้ กรมที่ดิน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และกรุงเทพมหานคร ต่างระบุว่าเรื่องนี้ไม่อยู่ในอำนาจของตน ช่องทางที่ใช้ได้จริงคือขอดูโครงสร้างต้นทุนจากนิติบุคคล แล้วเสนอเป็นวาระเข้าที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมเพื่อขอให้ทบทวนอัตรา ส่วนกรณีที่คุณเป็นผู้เช่าและถูกเจ้าของห้องเรียกเก็บเกินจริง ให้ติดต่อสายด่วน 1166

มิเตอร์ตรงกับมิเตอร์ผ่านนิติบุคคล ต่างกันปีละเท่าไร

ประเมินจากตัวอย่างแอร์ 12,000 BTU ที่ใช้วันละ 8 ชั่วโมง ซึ่งกินไฟ 144 หน่วยต่อเดือน ที่อัตรา 3.95 บาทต่อหน่วยจะอยู่ที่ 568.80 บาทต่อเดือน ส่วนที่เพดาน 4.88 บาทต่อหน่วยจะอยู่ที่ 702.72 บาทต่อเดือน ต่างกัน 133.92 บาทต่อเดือน หรือราว 1,607 บาทต่อปี เฉพาะค่าไฟแอร์ก้อนเดียว เมื่อรวมเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นและรวมค่าน้ำเข้าไปด้วย ส่วนต่างทั้งปีจะสูงกว่านี้

ค่าน้ำค่าไฟคอนโดรวมอยู่ในค่าส่วนกลางแล้วหรือไม่

ไม่รวม ค่าส่วนกลางคิดตามพื้นที่ห้องเป็นบาทต่อตารางเมตรต่อเดือน โดยอัตราที่พบในตลาดอยู่ในช่วงประมาณ 23 ถึง 75 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน และมีอีกแหล่งหนึ่งที่ระบุช่วงไว้ที่ 40 ถึง 85 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ซึ่งช่วงที่ต่างกันมาจากกลุ่มโครงการที่แต่ละแหล่งเก็บข้อมูลไม่เหมือนกัน ค่าส่วนกลางครอบคลุมค่าไฟของพื้นที่ส่วนกลาง ลิฟต์ และปั๊มน้ำ แต่ไม่ครอบคลุมการใช้น้ำและไฟภายในห้องของคุณ ซึ่งคิดแยกตามมิเตอร์

ย้ายมิเตอร์ไฟมาเป็นมิเตอร์ตรงในชื่อตัวเองได้ไหม

ขึ้นอยู่กับการออกแบบระบบไฟฟ้าของอาคารเป็นหลัก อาคารที่วางระบบไว้ให้แต่ละห้องมีมิเตอร์ของการไฟฟ้าอยู่แล้วจะทำได้ไม่ยาก ส่วนอาคารที่ออกแบบเป็นมิเตอร์รวมตั้งแต่แรกมักเปลี่ยนไม่ได้ในระดับห้องเดียว เพราะกระทบระบบไฟฟ้าที่เป็นทรัพย์ส่วนกลาง ให้ถามนิติบุคคลก่อนซื้อหรือก่อนเซ็นสัญญาเช่า ไม่ใช่ถามหลังย้ายเข้า

สรุป

ค่าน้ำค่าไฟคอนโดแพงกว่าบ้านไม่ใช่เพราะคนอยู่คอนโดใช้มากกว่า แต่เพราะมีคนกลางหนึ่งชั้นระหว่างผู้อยู่อาศัยกับหน่วยงาน คนกลางชั้นนี้เปลี่ยนทั้งอัตราที่ใช้คำนวณ เปลี่ยนว่าใครกำกับดูแล และตั้งแต่บิลเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป ยังเปลี่ยนด้วยว่าคุณจะได้รับสิทธิลดค่าไฟ 200 หน่วยแรกหรือไม่

คำถามเดียวที่ควรถามให้ได้คำตอบก่อนเซ็นสัญญาหรือก่อนโอนคือ มิเตอร์น้ำและมิเตอร์ไฟของห้องนี้อยู่ในชื่อใคร และอัตราที่เรียกเก็บจริงต่อหน่วยเป็นเท่าไร คำตอบสองข้อนี้บอกค่าใช้จ่ายที่แท้จริงต่อเดือนได้แม่นกว่าการดูค่าเช่าหรือราคาห้องเพียงอย่างเดียว

ดูรายการทรัพย์ที่ตรวจสอบแล้วบน PropertyScout

ราคาและความพร้อมของทรัพย์เปลี่ยนแปลงได้ ไม่มีการรับประกัน ข้อมูลทรัพย์เป็นแนวทางทั่วไปเท่านั้น เนื้อหานี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ภาษี หรือการเงิน อัตราค่าน้ำ ค่าไฟ และมาตรการของรัฐที่อ้างถึงเป็นข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2569 และเปลี่ยนแปลงได้ ให้ตรวจสอบกับการประปานครหลวง การไฟฟ้านครหลวง และนิติบุคคลอาคารชุดของคุณก่อนใช้ตัดสินใจ

FAQs

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Suspendisse varius enim in eros elementum tristique.

Explore More Topics

Free real estate resources and tips on how to capitalise